Audio พระธรรมเทศนาชุดโยนิโสมนสิการ 11-17 กันยายน 59 ณ ครุสติ กทม

พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda ชุดโยนิโสมนสิการ 11-17 กันยายน 59 ณ ครุสติ กทม

กำหนดการหลวงพ่อ

☆ กำหนดการอบรมเจริญวิปัสสนาแบบเคลื่อนไหว ช่วงฤดูกาลออกพรรษา ปี2560 โดย พระวิปัสสนาจารย์ : หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (พระพุทธยานันทภิกขุ, Direk Saksith, Deva Nanda) และทีมงานศิษย์พุทธยานันทะ พร้อมทั้งคณะสงฆ์ วัดพระธาตุแสงเทียน อ. เด่นชัย จ.แพร่ ๑)วันที่ ๑๓-๑๘ ตุลาคม จัดอบรมวิปัสสนากรรมฐานที่ ครุสติสถาน (ของ รร.รุ่งอรุณ) ถนนพระราม ๒ ใกล้วัดบัวผัน แขวงท่าข้าม กรุงเทพฯ รับภายในเฉพาะนักศึกษา สถาบันอาศรมศิลป์ ลงทะเบียนเวลา ๘.๐๐ น ๒)วันที่ ๑๓ ตุลาคม เวลา ๒๑.๐๐ – ๒๒.๓๐ น. ปรารภธรรมและนำภาวนา ในงาน “กำลังของแผ่นดิน” ณ หอจดหมายเหตุ พุทธทาส...

พุทธวิปัสสนาเชิงวิทยาศาสตร์

พุทธวิปัสสนาเชิงวิทยาศาสตร์ ตอนที่ 1 ทุกวันนี้คนประเทศตะวันตกกำลังตื่นตัวหันมาสนใจเรื่องสมาธิตามแบบพุทธศาสนา เพราะยิ่งศึกษาเข้าไปลึกเท่าไร ก็ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าพุทธศาสนา ชี้ให้เห็นความจริงของโลกวัตถุในทางวิทยาศาสตร์ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น คนที่มีพื้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาก่อน เมื่อมาศึกษาพุทธศาสนา จะค้นพบว่า วัตถุกับนามธรรม ต่างก็อิงอาศัยกันอย่างแยกไม่ได้ เหมือนกายกับใจ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ค้นพบความจริงทางรูปธรรมเท่านั้น แต่พระพุทธเจ้าค้นพบความจริงของโลกทั้งทางด้านรูปธรรมนามธรรม เป็นวิทยาศาสตร์ทางนามธรรมและรูปธรรมอย่างไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย หันมาศึกษาเรียนรู้คัมภีร์ทางพุทธศาสนามากขึ้น ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม และเอาหลักคำสอนของพุทธศาสนา มาพิสูจน์ตามหลักของวิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆ และนำมาประยุกต์ใช้ด้านวัตถุในเชิงเทคโนโลยีในรูแบบต่างๆ ความจริงแล้วพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้เรื่องนี้ทั้งหมดทั้งที่เป็นวิทยาศาสตร์ในรูปธรรมและนามธรรม แต่ทำไมพระองค์จึงไม่ทรงเผยแพร่หลักการของวิทยาศาสตร์ทางรูปธรรมเล่า? เคยมีคนถามเรื่องกับพระองค์มามาก พระองค์ตรัสตอบสั้นๆว่า น สิยา โลกวฑฺฒโน แปลว่า “อย่าทำโลกวัตถุนี้ให้เจริญมากกว่านี้เลย” เพพระองค์ให้เหตุผลว่า ถ้าพัฒนาวัตถุนิยมให้มันเจริญมากเท่าไร จะทำให้มนุษย์เสพความสุข สนุกเมามันในความละเอียดปราณีตในรสชาติของ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และอารมณ์ ด้วยอำนาจของตัณหาอุปาทาน และจะยึดติดอย่างยากแก่การแก้ไขได้ แล้วมนุษย์ก็จะหันหลังให้กับพระศาสนา ซึ่งสอนให้ใช้ความพอดีทั้งวัตถุและจิตใจ แต่เมื่อคนเสพติดวัตถุแล้ว ก็ยากที่จะมีความพอดี ต่อไปก็จะเกิดการทำลายล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติให้หมดสิ้นไปอย่างรวดเร็ว...

พจนานิยม คำนำหนังสือเล่มใหม่ ๒๕๖๐

พจนานิยม การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่คนไทยรุ่นใหม่หันมาหาทางออกจากปัญหาชีวิต ด้วยการเจริญสติกันมากขึ้น แม้จะถูกบ้างผิดบ้าง ตรงทางบ้างไม่ตรงทางบ้าง ก็ยังดีกว่าหันไปหาสิ่งเดิมๆ คือไปหาหมอดู ไปสะเดาะเคราะห์ สืบชะตา ไปหาพ่อมด หมอผีเป็นต้น เพราะการเจริญสติจะทำให้พบทางแก้ปัญหาที่เป็นพุทธวิถีมากขึ้น ส่วนใครที่โชคดีหน่อยก็ได้พบกัลยาณมิตรหรือครูบาอาจารย์ที่เป็น สัมมาทิฏฐิ ซึ่งจะช่วยให้เราได้ที่พึ่งทางใจได้ถูกต้องและเร็วขึ้น ประการสำคัญ ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่า เราจะมุ่งแก้ปัญหาของตนเองตามคำแนะนำของท่านอย่างจริงจัง ตั้งใจ ต่อเนื่อง และถูกต้องหรือไม่เท่านั้น เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เกิดจากการรวบรวมคำบรรยาย ของข้าพเจ้า ในงานอบรม “การเจริญสติ” ในสถานที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งกลุ่มศิษย์ที่ ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติตามคำแนะนำการเจริญแบบเคลื่อนไหวใน Version ของข้าพเจ้าแล้ว หลายๆท่านช่วย กันถอดคัดลอกเสียงธรรมบรรยายของข้าพเจ้าออกมาแล้วเรียบเรียง ขัดเกลาสำนวน ส่งมาให้ข้าพเจ้าได้ปรับปรุงเนื้อหาให้น่าอ่านมากขึ้น และรวบรวมเป็นรูปเล่มตามที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ สาระสำคัญที่ข้าพเจ้าได้นำมาเน้นย้ำในช่วงการเผยแพร่ในยุคหลังๆนี้ พอจะแยกเป็นประเด็นสำคัญๆได้ดังนี้ 1. เน้นให้เห็นความแตกต่างระหว่าง สติแบบสัญชาตญาณ กับสติแบบปัญญาญาณ 2. เน้นให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจวิธีการเปลี่ยน แปลงกฎของไตรลักษณ์ ให้เป็นกฎของไตรสิกขาได้อย่างไร 3. เน้นการรักษาความสมดุลให้เกิดขึ้นทั้งรูปและนาม ด้วยวิธีการเจริญสติกับการ...

เส้นทางพัฒนาอารมณ์แบบเคลื่อนไหวมือ

เส้นทางพัฒนาอารมณ์แบบเคลื่อนไหวมือ โดยพระพุทธยานันทภิกขุ หลวงพ่อได้เห็นความตั้งใจในการพัฒนาตนเองอย่างกระตือรือร้น และต่อเนื่อง ก็น่าเป็นห่วงและอีกทางก็น่าอนุโมทนา เพราะมีเหตุผลที่น่าจะเป็นดังนี้ 1. การเจริญสติแบบเก็บอารมณ์เข้ม เป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาสติระดับสูง จำเป็นต้องมีกัลยาณมิตรผู้ชำนาญและแม่นยำเรื่องการให้และการสอบอารมณ์ และเป็นบุคคลที่ผู้ปฏิบัติ ให้ความศรัทธาและไว้วางใจอย่างสนิทใจชนิดไม่เคลือบแคลงสงสัย 2. สถานที่เก็บอารมณ์เข้ม ต้องเอื้อต่อการได้อารมณ์ภาวนาอย่างยิ่งเรียกว่าอาวาสสัปปายะ เอื้อต่อการเกิดกายวิเวก จิตตวิเวก และอุปธิวิเวก( สงัดกาย สงัดจิต และสงัดกิเลสได้ง่ายกว่า ) 3. ครูผู้ดูแลอารมณ์ ต้องสามารถรู้วาระตนเองและผู้ปฏิบัติเป็นอย่างดีว่า อะไรควรจะพูด อะไรไม่ควรพูด และควรจะให้อารมณ์และสอบอารมณ์ในเวลาใด 4. ผู้ที่สมควรเข้าเก็บอารมณ์เข้ม ควรมีความเข้าใจพื้นฐานดังต่อไปนี้ 4.1 เข้าใจรูปนามเบื้องต้นเป็นอย่างดีแล้ว รูปนามเบื้องต้นคือ สามารถแยกความรู้สึกทางกาย และทางใจออกได้ชัดเจนว่า ส่วนไหนคือรูป ส่วนไหนคือนาม ส่วนไหนคือความคิด 4.2 สามารถแยกลักษณะและอาการของสติที่เป็นสัญชาตญาณ และสติที่เป็นปัญญาญาณได้ชัดเจน 4.3 สามารถเหนี่ยวเอาสติในรูปนามเป็นอารมณ์ได้สม่ำเสมอและต่อเนื่อง 4.4 สามารถรู้จักลักษณะของสติ สัมปชัญญะ สมาธิ และปัญญาว่า มีอาการ...

Hand-Movement Meditation

How to practice hand-movement meditation When we practice mindfulness, we have to do very often. The more we practice, the more our mind will be with the present moment easily and quickly. And the sooner our mind is in the present moment, the better it is relaxed and comfortable....