ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๔๓

แบ่งปันสิ่งดีๆ

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ ๔๓ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เช้า ๓๑ ก.ค.๖๐) แสดงธรรมโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

เรื่อง รูปนามไม่ก้าวหน้าเพราะรู้เวทนาไม่ต่อเนื่อง

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

เวทนามีความสำคัญในการปฏิบัติ
เพราะเป็นตัวสะท้อนอารมณ์
โดยเฉพาะเรื่องรูปนาม

ถ้ารูปนามไม่เข้มแข็ง
ยังแยกเวทนากายเวทนาจิตออกจากกันไม่ได้
เช่น ยุงมาเกาะ
โดยสัญชาตญาณทำให้เกิดความกลัว
ทั้งๆ ที่จิตยังไม่ได้คิด เรียกว่าอาสวะ
มือไปตามสัญชาตญาณ
สติยังไม่ทันพิจารณา มือก็ไปก่อนแล้ว
สิ่งเหล่านี้เล็กน้อยแต่ละเอียดอ่อน
ถ้าเราไม่เริ่มศึกษาจากจุดนี้
ตัวตามรู้เวทนาก็ไม่ละเอียด
แยกเวทนากายและเวทนาจิตไม่ชัดเจน
อารมณ์รูปนามและอารมณ์ปรมัตถ์ก็จะไม่ชัด
ในช่วงอารมณ์รูปนามตอนแรก
เพียงแต่เห็นอารมณ์ความรู้สึกทางกายชัด
พอที่จะดึงจิตอยู่ได้เท่านั้นเอง
หรือพอที่จะเห็นความรู้สึกตัว
ที่เกิดจากเวทนาได้บ้าง
แต่อารมณ์รูปนามยังไม่ชัด

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

เวทนาทางกายต่อด้วยสัญญา
ความจำหมายว่าอันนี้ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เคร่ง ตึง
แล้วเราก็ไปรู้สึก จำ หมาย รู้ อาการของเวทนาบ่อยๆ

ลักษณะที่เข้าไปรู้ชัดๆ บ่อยๆ
โดยที่ยังไม่ได้อาศัยความคิด
อาศัยแต่ความรู้สึกล้วนๆ เข้าไปรู้
เรียกว่าสัญญา
เป็นสัญญาใหม่ที่ยังไม่ส่งทอดเป็นสังขาร
สัญญาที่รู้สักแต่ว่ารู้
รู้ในอาการของความสบายไม่สบาย
ซึ่งมันค่อนข้างละเอียด
เช่นเวลาเรานั่งอยู่เมื่อมีงูเลื้อยผ่าน
จะรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที
ทั้งๆ ที่ยังไม่เกิดเวทนาทางกายเลย
งูยังไม่ทันกัดเรา
จิตโดนเวทนาคือความกลัวกัดเข้าไปก่อนแล้ว
สติไปจับเวทนาทางตาไม่ทัน
เป็นเวทนาที่เกิดจากสัญชาตญาณความกลัว
ถ้าเราศึกษาให้ละเอียดขึ้น
ช่วงที่ตายังไม่เห็นรูปผ่านมา
ความรู้สึกชอบไม่ชอบกลัวไม่กลัวยังไม่เกิด
แต่เวทนาที่มีอยู่ในกายไม่ชัด
เช่น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เคร่ง ตึง
หรือมียุงมาเกาะเราไม่ได้ใส่ใจ เราสามารถทนได้
แต่เมื่อเราไม่สามารถทนได้
หรือตัวอุปาทานที่เกี่ยวกับยุงริ้นที่มาเกาะมันแรงกว่า
สติที่ตามรู้เวทนาไม่แรงพอ ก็จะเผลอขึ้นมา
สัญชาตญาณทำหน้าที่บังคับกายให้มือเคลื่อนไปปัด
นักปฏิบัติที่มีประสบการณ์มานานแล้ว
ถ้าไม่ลงลึกในเรื่องเวทนาก็จะย่ำอยู่กับที่
เพราะรู้รูปนามได้แค่ระดับหนึ่ง
แต่ถ้าไม่ศึกษารายละเอียดที่ลึกลงไป
ก็ไม่สามารถแยกไปถึงตัวปรมัตถ์
หรือตัวเกิดดับได้

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

ผู้ปฏิบัติขั้นที่มีประสบการณ์แล้ว
ต้องศึกษาเวทนาให้ละเอียดลึกลงไปเรื่อยๆ
ตลอดถึงการออกกำลังกาย
ซึ่งเป็นการใช้เวทนาขั้นสูง

เช่นการออกกำลังกายชุดไฟว์ทิเบทันไลท์
ถ้าไม่ตามดูเวทนาอย่างละเอียด
ไม่ตามรู้ลมปราณ ก็จะได้แค่กำลังกายเท่านั้น
ไฟว์ทิเบทันไรทส์ไม่เรียกว่าเป็นการออกกำลังกาย
ไรทส์แปลว่าพิธีกรรมที่จะทำให้สมดุลธาตุสี่
ด้วยลักษณะห้าประการ
เช่นข้อที่หนึ่ง ใช้วิธีหมุนตัว
คนที่เลือดลมไม่ดีจะหมุนเร็วไม่ได้
คนที่เลือดลมดีหมุนเป็นลูกข่างได้
ถ้าเรากลัวเวทนาที่มาหลอกว่าจะทำให้ล้ม
เราก็ไม่กล้าหมุน
แต่ถ้าเรารู้เท่าทันเวทนา หมุนไปสังเกตไป
ค่อยๆ ปรับจากช้าไปเร็วทีละนิด
พอรู้เท่าทันก็ไม่มีอุปาทาน เพราะเราดูอย่างใกล้ชิด
กายจิตไม่ได้แยกออกจากกัน
โดยไม่มีเวทนาเก่าและสัญญาเก่ามาหลอกเรา
สัญญาเก่าที่เราเคยทำแล้วมันเวียนหัวหรือล้ม
สัญญาใหม่ตามรู้กายรู้ใจ จิตก็เป็นสมาธิ
การหมุนเท่าใดก็ไม่มีผลทำให้เวียนหัว
เพราะไม่มีสัญญาหลอกเรา
เราเป็นนักปฏิบัติ ถ้าไม่แยบคายเรื่องเหล่านี้
มัวนั่งหลับตาสงบลมหายใจ
ทำไปร้อยปีพันปีก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรพัฒนา
เพราะไม่มีการศึกษาที่ละเอียดลึกลงไป

ไฟว์ทิเบทันไรท์ส

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

หลวงพ่อจึงชอบทำงาน
เพราะได้เห็นเวทนาหลายระดับ
จะมานั่งเปิดพัดลมนอนเสวยสุขเฉยๆ เป็นการประมาท
เพราะเวทนามันเกิดดับตลอดเวลา

ถ้าไปเสวยสุขจากเวทนาก็จะเป็นกิเลส อาสวะ
รูปนามก็จะหมุนไปตามกำลังสัญชาตญาณได้มากขึ้น
ไม่ว่าความสุขสบายอันเกิดจากรูป เสียง กลิ่น รส
สัมผัส อารมณ์ต่างๆ ที่เราไปเผลอเสพ
จะไปเสริมกำลังของสัญชาตญาณ
เมื่อสัญชาตญาณมีกำลัง
ก็ไปก่อให้เกิดความชอบไม่ชอบ กลัวไม่กลัวได้ง่าย
ความสุขตามมาด้วยความทุกข์
ความรักเกิดจากความชัง
ความชอบเกิดจากความไม่ชอบ
ความกลัวเกิดจากความรักตัวกลัวตาย
เป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน
ถ้าไม่เจริญวิปัสสนาปัญญาให้เห็นชัด
ก็จะไม่เกิดปัญญาที่จะไปเห็น
ความเชื่อมต่อของสองสิ่งนี้ได้
ระหว่างความสบายเปลี่ยนเป็นความไม่สบาย
ระหว่างความปวดเปลี่ยนเป็นความไม่ปวด
ระหว่างหายใจเข้าเป็นหายใจออก
ถ้าเราไม่ตามศึกษาให้ชัดเจน มัวแต่เสวยความสุขกับมัน
ปัญญาไม่เข้มแข็ง จิตไม่เข้มแข็ง
เพราะไปแช่อยู่ในอารมณ์ชอบไม่ชอบ
ปัญญาไม่เกิด
จึงไม่สามารถแยกให้เห็นกายกับใจ
รูปกับนามได้ชัดเจน

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

ถ้าแยกรูปนามได้ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์
ตัวสำคัญตัวผิดจะลดลง ตัวสงสัยจะลดลง
ตัวสำคัญมั่นหมายว่าดีชั่วจะลดลง จะมีตัววัด

ไม่ใช่บอกว่าเรารู้รูปนามแล้ว
แต่ยังยึดมั่นถือมั่น สำคัญผิดในตัวเองอยู่เยอะ
ยังสงสัยความรู้เนื้อรู้ตัวอยู่ว่าใช่หรือไม่ใช่
ยังเอาถูกเอาผิดเอาดีเอาชั่วกับตัวเองและคนอื่นอยู่
รูปนามที่รู้จึงยังไม่ใช่
เพราะตัววัดทั้งสามตัวนี้ไม่ชัดพอ
ถ้าปฏิบัติอย่างถูกต้อง
แยกรูปนามกายใจได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์
ความคิดจะน้อยลง
ความสำคัญตัวเองผิดก็จะน้อยลง
ความสงสัยในเรื่องความรู้สึกตัวจะน้อยลง
ความอวดดื้อถือดีถือเราถือเขาก็จะน้อยลง
บางคนบอกว่ารู้รูปนามแล้ว
ต้องดูที่ตัวชี้วัดว่าใช่หรือไม่ใช่
ไม่เช่นนั้นจะเป็นเรื่องโมเมเองทั้งนั้น
ไม่ใช่เรื่องจริง
บางคนเข้าใจผิดว่าตัวเองปฏิบัติไปได้ไกลแล้ว
พอกระทบนิดเดียวขึ้นเลย

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

ในโลกยุคต่อไป
การพิสูจน์ความชัดเจนเหล่านี้ยิ่งแหลมคมมากขึ้น
คนสมัยใหม่ที่เขามีจิตสะอาด มีวิบากกรรมน้อย
สั่งสมบารมีทางนี้มามาก
เขามาทำภพชาติต่อไป ยิ่งมีความซื่อตรง
มีความบริสุทธิ์ สะอาด มีปัญญา
จะไปได้เร็วและไกล

คนที่มีวิบากกรรมก็จะทำอะไร
ที่หนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อยๆ
เพราะมีเหตุปัจจัยเอื้อทั้งสองฝ่าย
ปัจจุบันมีเหตุปัจจัยที่จะเอื้อให้คนทำชั่วก็มาก
เหตุปัจจัยที่จะเอื้อให้คนทำดีที่สุด
ถึงขั้นหมดกิเลสก็เยอะ
ถ้าไม่ศึกษาให้ดีเราจะไม่ทัน
ถ้าเราปฏิบัติถึงระดับใดระดับหนึ่ง
แล้วพอใจอยู่แค่นี้ ไม่พัฒนาไป มันก็ไม่ชัดเจน
พิสูจน์กันตรงที่เรายังพึ่งตัวเองไม่ได้
ความแก่มาเราก็ทุกข์กับความแก่
ความเจ็บมาเราก็ทุกข์กับความเจ็บ
ความตายมาถึงเราก็กลัว
เราต้องพิสูจน์ในระหว่างปฏิบัติทุกเวลานาที
ไม่ใช่รอเหตุการณ์ให้เกิดก่อนแล้วค่อยพิสูจน์
ว่าเรามีธรรมะหรือไม่
เหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ประจำวันพิสูจน์ได้ดี
เช่น พบคนที่ไม่ชอบ อาหารที่ไม่อร่อย
อากาศที่ร้อนจัดหนาวจัด ได้กลิ่นที่เหม็น
มีใครมาพูดอะไรไม่ถูกหู
เหตุการณ์เล็กน้อยประจำวัน
พิสูจน์ความก้าวหน้าได้
เมื่อมีการกระทบในแต่ละขณะ
คนที่ไม่ปฏิบัติก็จะทุกข์กับเรื่องเหล่านี้เต็มร้อย
ถ้าจะวัดความก้าวหน้าอย่างชัดเจน
จะต้องลงลึกในรายละเอียดเหล่านี้
ไม่เช่นนั้นก็จะวนไปวนมา

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

ความถูกความผิด ความชอบความไม่ชอบ มีเรามีเขา
เวียนว่ายตายเกิดกับความรู้สึกเหล่านี้ทั้งวัน
แสดงว่าเราไม่ขาด
เวทนาในรูปในนามยังไม่ขาด แค่ห่างกัน

ถ้ารูปนามติดกันร้อยเปอร์เซ็นต์
อะไรมากระทบรูปมาถึงนาม
อะไรกระทบนามมาถึงรูป
พอปฏิบัติได้ถูก
มันจะแยกออกมานิดหนึ่งยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์
ปฏิบัติถูกต่อไปได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์
ปฏิบัติต่อไปได้อีกเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์
จนกระทั่งถึงร้อยเปอร์เซ็นต์
มีอะไรมากระทบรูปก็จบแต่รูป
กระทบนามก็จบแค่นาม
ทั้งสองสายคือกายกับใจจะไม่ช็อตกัน
เหมือนสายไฟสองสาย
ถ้าไม่แตะกันก็ไม่ช็อตกัน
ในภาคปฏิบัติจะได้ไม่เสียเวลา
เพราะมีความเข้าใจไม่ถูกต้อง
ตลอดเวลาคือการพิสูจน์ธรรม
ไม่ใช่อยู่กินสบายไปวันๆ
หาอาหารมาสนองลิ้มรส หาสัมผัสดีๆ
หาความสุขสบายไปวันๆ
เป็นทางที่เสวยกามสุข
ถ้าเราเข้าใจหลักการนี้แล้ว
สนามปฏิบัติอยู่ที่ใจไม่ใช่สถานที่
เพราะฉะนั้นในแต่ละขณะที่เราขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว
คนไหนศึกษาได้มาก คนนั้นก็จะก้าวหน้า
คนไหนไม่ได้สนใจเลย
ถึงเวลามานั่งสร้างจังหวะเดินจงกรม
ปฏิบัติไปร้อยวันพันปีก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
โกรธก็โกรธเหมือนเดิม เกลียดก็เกลียดเหมือนเดิม
ชอบก็ชอบเหมือนเดิม

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

จึงอยากให้ผู้ที่ปฏิบัติมาบ้างแล้ว
ได้ศึกษารายละเอียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงเวลาและสถานที่
อยู่ที่ไหนก็ปฏิบัติได้ เพราะเวทนามีตลอดเวลา

เวทนาสุข ทุกข์ สบาย ไม่สบาย
ซึ่งตัวนี้จะเป็นเครื่องมือของเรา
สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานดีแล้ว
สำหรับผู้ที่ยังไม่ไปไหน
ก็เสพสุขอยู่กับความสบายไม่สบายอย่างนั้นไปก่อน
ขึ้นๆ ลงๆ ดีๆ ร้ายๆ ไปก่อน ยังไม่พัฒนา
เสียเวลาในการปฏิบัติ
เมื่อปฏิบัติแล้วเราต้องใฝ่ความก้าวหน้าไม่ใช่อยู่กับที่
ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ทำงานตามเวลาของมัน
ยิ่งอายุมากขึ้นเวทนายิ่งแรงมากขึ้น
เพราะมีความเสื่อมของธาตุมากขึ้น
ที่มันถูกเผาผลาญไปแต่ละวัน
ธาตุไฟเผาผลาญ ธาตุดิน ธาตุน้ำ แปรปรวน
ถ้าเราไม่คอยปรับ คอยกระชับ
คอยดูแลมันเรื่อยๆ มันก็จะเสื่อมไว
คนที่อายุมากขึ้นจึงปฏิบัติธรรมได้ช้า
หรือเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเวทนามันแรงเกินไป
เหมือนเราจะปลูกผัก อากาศตรงนั้นมันร้อนเกินไป
ปลูกเท่าใดก็เหี่ยว เพราะเวทนาอันเกิดจากไตรลักษณ์
เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเผาผลาญให้เวทนาเราแรงขึ้น
คนที่มีอายุมากขึ้นจึงมีความจำเสื่อม
สติสัมปชัญญะอ่อน เพราะต้องทนต่อแรงเวทนา
ที่เป็นไฟเผาเราตลอดเวลา
แต่ถ้าเรามีอินทรีย์เข้มแข็ง สติสัมปชัญญะเข้มแข็ง
ก็สามารถตามรู้เวทนา แยกรูปแยกนาม
แยกธาตุแยกขันธ์ชัดเจน
เวทนาที่กระทบกายก็ไม่เผาจิต
เวทนาที่กระทบจิตก็ไม่เผากาย
ทำให้เราแก่ช้า เจ็บช้า ตายช้า

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

ทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในสติปัฏฐานสูตร
เป็นเรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจบ่อยๆ
ถ้าเราจำแต่ตัวบทและอาการเก่าๆ
โดยที่ไม่มีการสังเกตศึกษาให้ละเอียดลึกขึ้น
ตัวสติปัฏฐานสูตรก็ยังไม่เกิดประโยชน์มากเท่าที่ควร

เมื่อเกิดความเข้าใจเห็นความสำคัญของอานิสงส์แล้ว
ก็ไม่ต้องไปเตือนให้ขยันหมั่นเพียร อย่านั่งหลับ
เราจะเห็นโทษเห็นคุณด้วยตนเอง
และจะปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ด้วยตนเอง
โดยที่ไม่ต้องอาศัยครูบาอาจารย์มาบอกมาเตือนกันบ่อยๆ
ว่าอย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะเรารู้โทษรู้คุณด้วยตัวเอง
การปฏิบัติวิปัสสนาท่านให้รู้ด้วยตนเอง
ไม่มีใครมาบอกได้ตลอดเวลา
นอกจากรู้ไปแล้วบางอย่างมันยังสงสัย
ก็มาอาศัยกันว่ามันใช่หรือเปล่า
ต้องอาศัยกัลยาณมิตร
ผู้ที่มีประสบการณ์มาพูด มาตรวจสอบ
เพราะลักษณะที่เราไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน
มาศึกษาในรายละเอียดลึกลงไปก็ไม่แน่ใจ
ต้องอาศัยกัลยาณมิตรครูบาอาจารย์มาช่วย
เพราะท่านผ่านถูกผิดมาก่อนเรา
ผ่านความล้มเหลวความสำเร็จมาก่อนเรา
ท่านจึงได้รับคำตอบมาก่อนเรา

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

ช่วงหน้าฝนนี้มีความแปรปรวนของอากาศ
เราจะต้องคอยศึกษาเพราะมันทำให้เกิดเวทนาได้ง่าย
อากาศแปรปรวนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว
เวทนาก็จะแปรปรวนไปตามอากาศ

บางทีอยู่เฉยๆ ก็เหงื่อออกร้อน บางทีก็เย็นขึ้นมา
ยิ่งอายุมากขึ้น ความแปรปรวนในธาตุในขันธ์ยิ่งมีสูง
เราจึงต้องศึกษาอย่างใกล้ชิด
ไม่เช่นนั้นความแปรปรวนเหล่านี้
ก็จะมีผลต่อการบีบคั้นจิต
ถ้าเราศึกษาอย่างถูกต้อง
เวทนาเหล่านี้กลับเป็นสถานศึกษาอันวิเศษ
ทำให้เราเกิดสติปัญญา เกิดแสงสว่างได้ง่ายขึ้น
แทนที่เราจะตกเป็นเหยื่อให้มันบีบคั้นเราเล่นเรื่อยไป
แต่มันกลับกลายเป็นเครื่องมือ ทำให้เราเกิดพลังงาน
แปรสภาพความร้อนเป็นแสงสว่างของปัญญา
เราก็ยิ่งเห็นความจริงในกายในใจของเรามากขึ้น
ความสงสัยก็หายไป ได้คำตอบชัดเจน
เมื่อได้คำตอบแล้วมันจะไม่คิด
เหมือนเราได้คำตอบเลข
มันก็ไม่ต้องคิดต่อไปเพราะมันจบแล้ว
จิตของเราเหมือนกัน
พอมันได้พิจารณาเห็นคำตอบด้วยตัวเอง
มันหายสงสัยเป็นเรื่องๆ ไป
สงสัยเรื่องนี้จบแล้ว ก็ไปสงสัยเรื่องที่ยากกว่านั้นอีก
เรียนรู้ต่อไปอีก

พระพุทธยานันทภิกขุหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันโทDirekSaksithDevaNandaดิเรกศักดิ์สิทธิ์นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวแนวหลวงพ่อเทียนจิตตสุโภBuddhismVipassanaวิปัสสนาศาสนาพุทธพุทธศาสนา Dynamic Meditationนวัตกรรมแห่งสติmindfulnessclubชมรมคนรักสติพลิกใจให้ตื่นรู้เซนสยาม

สนามศึกษามีอย่างเดียวคือเวทนา
“เวทนาสัมโมสรณา”
เวทนาเป็นที่รวมลงของธรรมทั้งหลาย
ถ้าเราจะศึกษาธรรมทั้งหลายต้องศึกษาที่เวทนา

“สติอธิกปัจจยา” สติเป็นใหญ่ในการศึกษา
“ปัญญาสาโร” ปัญญาเป็นแก่นสาร
“วิมุตติปริโยสานัง” วิมุตติเป็นที่สิ้นสุด
เวทนาเป็นตัวกลางของปฏิจจสมุปบาท
เริ่มต้นจากอวิชชามาถึงเวทนาครึ่งทาง
พอเรามาจับเวทนาเหมือนตัดเถาวัลย์ตรงกลาง
พระสารีบุตรจึงบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้รวดเร็ว
เพราะศึกษาเวทนา

ทุกอย่างผ่านมาที่เวทนาหมด
ง่วงก็ผ่านมาที่เวทนา ตื่นก็ผ่านเวทนา เหงาก็ผ่านเวทนา

ถ้าไม่ศึกษาเวทนา ความง่วงก็กลายเป็นโมหะ
เราก็ไปเสพมัน เสพความสุข ความง่วง ปัญญาก็ไม่เกิด
เวลามีอะไรมากระทบ ปฏิฆะก็เกิดขึ้นมาในใจ

กิเลส โทสะ โมหะ ไม่ลด ปฏิบัติไปเพื่ออะไร
เพราะเราไม่ได้ตั้งใจศึกษาเสียเวลาเปล่า
อายุมากขึ้นแต่คุณธรรมไม่แก่กล้าขึ้น
คนที่เขามีสายตาแหลมคมมีปัญญาเขามองออก
เราก็อายเขา ปฏิบัติมานานขนาดนี้คุณธรรมยังไม่ไปไหน
หิริโอตตัปปะคือศีลที่แท้จริง
อายในสิ่งที่ไม่ทำให้ก้าวหน้า
เราต้องใช้ความพยายามอย่างที่สุดที่จะแก้ไข
ถ้าไม่ยอมแก้ไขก็เป็นวิบากกรรม

 

 

Direk Saksith
www.buddhayanando.com
f: พระพุทธยานันทภิกขุ (goo.gl/Nyk2ap),
หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (goo.gl/QDxgyj),
Dynamic Meditation (นวัตกรรมแห่งสติ) goo.gl/zZTixP,
Mindfulness Club (ชมรมคนรักสติ) goo.gl/caEgh9,
www.watphrathathseangtean.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *