ถอดพระธรรมเทศนา ธาตุลมไม่ได้มีแต่ที่จมูก

ถอดพระธรรมเทศนาประกอบเสียง แสดงธรรมโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท จากไฟล์เสียงชุดธรรมจัดสรร ณ วัดดอย การเจริญสติที่เราทำอยู่ ต้องเข้าใจคอนเซ็ปต์หลักให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นเราจะเกิดความลังเลสงสัย ในการปฏิบัติ ในวิธีการหลวงพ่อเทียน เน้นการตื่นรู้ เบิกบานเป็นหลัก ตัวตื่นรู้โดยอาศัยการเคลื่อนไหวเป็นที่ตั้ง ตลอดเวลา โดยไม่อาศัยความสงบแบบหลับไหล แต่อาศัยการตื่นรู้ด้วยใจที่เบิกบาน ถ้าตื่นรู้ด้วยใจไม่เบิกบาน ก็ยังไม่ถูก ต้องหาต่อไปว่าเราก็ตื่นรู้อยู่ ทำไมใจมันหดหู่ เศร้าหมอง เงียบเหงา เศร้าซึม เพราะอะไร ต้องหาต่อไปอีก พบตัวตื่นรู้แล้ว แต่ยังหาตัวเบิกบานไม่เจอ เพราะอะไร? นี่คือสิ่งที่เราปฏิบัติอยู่ แต่ในบางครั้งเมื่อมันมีอุณหภูมิสูง แม้ว่าต้นไม้นั้นได้รับปุ๋ยและน้ำอย่างดี แต่มันก็เฉาเวลาแดดจัดๆ เราต้องเข้าใจสิ่งแวดล้อมด้วย แม้ว่าเราตื่นรู้แล้ว แต่ใจไม่เบิกบาน เพราะว่าเวทนาเกิดจาก กรรม จิต อุตุ อาหาร มันแรงเกินไป เหมือนเราปลูกผักรดน้ำเช้าเย็น เจอแสงอาทิตย์แรงจัดๆ ก็เฉา ต้องเข้าใจธรรมชาติของรูปของนามด้วย ว่ามันเป็นที่ตั้งของความเปลี่ยนแปลง แปรปรวนตลอดเวลา เราก็ต้องยอมรับความแปรปรวนของมัน แล้วเราค่อยใช้สติ สมาธิ ปัญญา เข้าไปปรับแก้ให้มันทรงตัว อย่างน้อยตื่นรู้เอาไว้ […]

ดูตัวเองไม่ต้องดูคนอื่น

การปฏิบัตินี้เราต้องเรียนด้วยตัวของเราเอง เราต้องสอนตัวเราเอง เราต้องเห็นด้วยตัวของเราเอง เราต้องรู้ด้วยตัวของเราเอง เราต้องเข้าใจด้วยตัวของเราเอง เราต้องทำด้วยตัวของเราเอง #ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องสนใจในบุคคลอื่น Direk Saksith www.buddhayanando.com f: พระพุทธยานันทภิกขุ, พลิกใจให้ตื่นรู้, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, เซนสยาม, Dynamic Meditation (นวัตกรรมแห่งสติ)

เก็บอารมณ์เป็นอยู่คนเดียวเป็น

  เก็บอารมณ์เป็นอยู่คนเดียวเป็น เมื่อเก็บอารมณ์เป็น เราก็จะอยู่คนเดียวเป็น อยู่คนเดียวระวังความคิด อยู่กับมิตรระวังการพูดจา แต่ถ้าเราไม่เคยฝึกเก็บอารมณ์ ก็จะอยู่คนเดียวไม่เป็น อยู่คนเดียวก็หาเรื่องมาเล่น หาเรื่องมาคิด หาเรื่องมาทำ หาเรื่องมาพูด หาเรื่องมาปรุงมาแต่ง เพราะเราไม่เห็นตัวจิต ที่ไม่มีความคิด   ความคิดแก้ความคิด เพราะรูปนามไม่ชัด ถ้าเราถือของ รู้สึกหนัก เป็นภาระ แต่พอเราวางลง รู้สึกเบา เป็นอิสระ ให้จิตได้สัมผัสความเบา ความอิสระนี้บ่อยๆ จิตมันจะมีที่อยู่ ตัวความอิสระ ความเบาสบาย ตัวรู้ เป็นประสบการณ์ใหม่ของจิต ตลอดเวลาที่ผ่านมาจิตต้องสร้างภาระ คือหาสังขารมาเป็นที่อยู่ ไม่ว่าเราจะกินข้าว อาบน้ำ หาเรื่องมาคิดไปเรื่อยๆ แต่พอเรามาเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ต้องการให้จิตเป็นอิสระ รับรู้ต่อสภาวะที่มีอยู่ โดยไม่เข้าไปยึด ไปครอง ไปถือ ไปเป็นเจ้าของ ในกรณีที่จิตมีอารมณ์ มีความคิดบางเรื่องผุดขึ้นมา เราก็ต้องกลับมาตั้งต้นที่ การปรับอารมณ์รูปนาม ปรับปัจจุบันให้ชัด ถ้าหากว่าเราไม่รู้จักรูปนาม หรือไม่ชัดเจนในรูปนาม เวลาความคิดอารมณ์อะไรเกิดขึ้น เราก็จะหาความคิดอีกอันมาแก้ เอาความคิดไปแก้ความคิด มันจะมั่วไปหมด Direk Saksith […]

คุณสมบัติของนักปฏิบัติ

    ๑.๒ คุณสมบัติของผู้เข้าปฏิบัติ คุณสมบัติของผู้เข้าปฏิบัติ บรรดาญาติโยม ตลอดทั้งพระสงฆ์องคเจ้าของเราทั้งหลาย ถ้าปฏิบัติในวิธีการนี้แล้วไม่รู้ หลวงพ่อเทียนท่านเคยเอาชีวิต เป็นประกันเอาไว้ นี่ก็เช่นกัน อย่าว่าแต่ท่านเลย แม้แต่ตัวอาตมาเองก็ยอมเอาตัวเอง เป็นประกันว่า ถ้าหากพวกเราทั้งหลาย ตั้งใจกันปฏิบัติอย่างจริงจังแล้ว จะต้องรู้กันทุกคน แต่การที่จะรู้มากรู้น้อย อันนี้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ขึ้นอยู่กับศรัทธาของเรา ขึ้นอยู่กับอินทรีย์ของเรา ว่ามีความเข้มแข็งแค่ไหน การที่จะไม่รู้ไม่เห็นเลยนั้น มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ คุณสมบัติที่นักปฏิบัติทั้งหลายควรจะมี หรือต้องสร้างให้เกิดขึ้นในตัวเอง สำหรับเป็นเครื่องมือในการที่จะทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง มีอยู่ ๕ อย่าง ๑. ต้องมีศรัทธา คือ ความเชื่อในการที่เรามายกมือสร้างจังหวะ ทำให้เกิดความรู้สึกตัวนี้ เราต้องมีศรัทธา ต้องกระทำด้วยความศรัทธา ศรัทธาในการกระทำ จะมาทำแบบเพื่อทดลองทำดู นี่… เรื่องนี้ลองไม่ได้ ต้องทำจริงๆ เราต้องมีศรัทธาว่าจะปฏิบัติเพื่อดับทุกข์โดยวิธีนี้ให้ได้ บางคนไม่เชื่อ เอ…เราไปนั่งหลับตา กำหนดลมหายใจ มันเคยสุขสบาย แต่พอมาทำอย่างนี้รู้สึกใจไม่สงบเลย สงสัยจะไม่ถูกจริตกระมัง นี่เรียกว่าศรัทธาคลอนแคลนแล้ว เพราะบางคนติดสงบมาเป็นเวลานาน เวลามานั่งยกมือรู้สึกมันไม่สบาย มันยุ่งไปหมด จิตไม่สงบ นี่เป็นเพราะเราไปติดความสงบ […]

พระธรรมเทศนา คอร์สฉลองศาลาธรรมจักรวัดถ้ำแสงเทียน 19-25 เม.ย.60

พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda