ถอดพระธรรมเทศนา วิธีสังเกตอารมณ์รูปนาม

พระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, Direk Saksith, Deva Nanda ณ สวนพันดาว ๒๕ ก.ย. – ๑ ต.ค. ๕๙   ถ้าทำถูกจะรู้สึกผ่อนคลาย สบาย ไม่วุ่นวาย ไม่หนัก ไม่เหนื่อย ไม่เมื่อย ไม่ง่วง ไม่เหงา มันจะปรับตลอดเวลา นั่นคือการเก็บอารมณ์ที่ถูกต้อง ถ้าเก็บไปแล้วมันตึง มันเครียด มันเบื่อ มันเหงา มันเซ็ง มันคิด มันปรุงแต่งฟุ้งซ่าน แสดงว่าในช่วงทำความเพียร เราไม่ได้ปรับความสมดุล Read your mind, read your body When some feeling comes up, You can read it. อ่านความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น ถ้าทำสำเร็จ จะมีความสุขในการทำความเพียร นั่นคือความก้าวหน้าของการปฏิบัติ แต่ถ้าทำไปแล้วไม่มีความสุข […]

ย่างใจให้สุกด้วยทุกข์แท้

ย่างใจให้สุกด้วยทุกข์แท้ ความรู้สึกตัวของเรามันจะเติบโตได้ ต้องอาศัยความร้อนของความทุกข์ ไม่ใช่ความร้อนของร่างกาย ความร้อนที่เกิดขึ้นในใจ ไม่เหมือนความร้อนทางกาย มันออกมาเป็นความคิด เราจะคิดอยู่ ๓ เรื่องคือ ๑. คิดเรื่องที่เราชอบ เรียกว่า โลภะ ๒. คิดถึงเรื่องที่เราไม่ชอบ เรียกว่าโทสะ ๓. คิดเรื่อยเปื่อย เรียกว่าโมหะ เคยสังเกตไหมว่าสามเรื่องนี้ เราคิดเรื่องไหนมากที่สุด ถ้าเป็นเทวดาจะคิดเรื่องแรก คิดแต่เรื่องพอใจ คิดแต่เรื่องมีความสุข ถ้าเป็นสัตว์ทั่วไป ก็จะคิดถึงเรื่องไม่พอใจ คิดอะไรหาเรื่องทำที่มันสนุกๆ แต่มันก็ทุกข์ พวกที่เป็นสรรพสัตว์ทั้งหลาย ก็จะคิดเรื่องเรื่อยเปื่อยไป ไม่แน่อาจเป็นเทวดาอินทร์ พรหมก็ได้ แต่พระพุทธเจ้าท่านให้คิด ประเภทที่สี่คือ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง รวมเป็นเรื่องหลักๆ สองเรื่อง คือ กุศลกับอกุศล ความโลภ โกรธ หลง เรียกว่า อกุศล ความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เรียกว่า กุศล ความคิดบดจิตให้ร้อน ถ้าเราเอามือถูแขนก็จะมีความร้อน เหมือนเราเอาความคิดมาถู […]

กำหนดการหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

กำหนดการอบรมจริญสติเจริญปัญญา (2560) พระวิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท 1.วันที่ 11-16 เมย.2017 คอร์สธรรมจัดสรร ที่วัดดอย เด่นชัย แพร่ (วันที่15 ทอดผ้าป่า) ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ 2. วันที่ 18-25 เมย.2017 คอร์สวัดถ้ำแสงเทียน ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ 3. วันที่ 26-30 เมย.2017 คอร์สวิปัสสนาฌาปนกิจ ที่วัดป่าชัยมงคล บ้านแท่น ชัยภูมิ ติดต่อที่ คุณสมชาย 0873113129 คุณนนทกร 0954196935 คุณนุชรี 0819184480 คุณสุนันทา 085 1140384 4. วันที่ 1-5 พค.2017 คอร์สครุสติ ที่ทุ่งครุ บางขุนเทียน กทม. ติดต่อที่โรงเรียนรุ่งอรุณ 5. วันที่ 6-10 พค.2017 เดินทางไปสหรัฐอเมริกา พักที่วัดป่าพุทธยานันทาราม […]

ยาถอนกิเลส

  ต้องเห็นไตรลักษณ์นับแสนครั้ง เจริญสติปัฏฐานสี่ เจริญสติ สมาธิ ปัญญา บ่อยๆ ก็จะเห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของรูปนาม   เมื่อเห็นบ่อยเข้าก็เกิดปัญญา แต่ถ้าไม่เห็นบ่อยๆ ปัญญาก็ไม่เกิด ต้องเป็นร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง แสนครั้ง ปัญญาจึงจะเกิด   ก็ต้องดูบ่อยๆ ดูตั้งแต่เช้าจรดเย็น ดูทุกวัน   หลวงพ่อเทียนจึงให้เข้าเก็บอารมณ์ เพื่อดูอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตลอด ๒๔ ชั่วโมง   เมื่อดูจนสุกงอม ก็จะเกิดปัญญาสว่างโพล่งขึ้นมา มันเห็นความจริง เกิดนิพพิทาวิราคะ เกิดความเบื่อหน่ายคลายจาง การยึดมั่นถือมั่น   ถ้ายังไม่เกิดปัญญา เราทำเป็นไม่ยึดมั่นถือมั่นเฉยๆ เป็นเพียงสมมติ   แต่ตัวยึดมั่นถือมั่น มันจะหายไปไม่กลับมา ต้องเกิดนิพพิทาญาณ นิพพิทาวิราคะ   เกิดความเหนื่อยหน่าย ในสิ่งที่เราหลง เหมือนกับเราไปกินของแสลง ทำอย่างไรจึงจะสำรอกออกมาได้ เมื่อมันออกไปแล้วก็โล่งเลย   […]

คนซื่อบรรลุธรรมได้ไว

คนซื่อๆ ก็จะรู้แบบซื่ิอๆ พระธรรมเทศนาวันวิสาขบูชา ที่วัดลาว Saltlake Dhammaram UT USA วันที่ 10-20 พค.2017 โดยพระพุทธยานันทภิกขุ 1.คนซื่อ ถือว่า มีคุณสมบัติพร้อมที่จะถึงนิพพานได้ง่ายกว่าคนไม่ซื่อ เพราะคนลาวถือว่า ความซื่อ นั้นเป็นนิสัยดั้งเดิมของคนลาว คนลาวจึงชอบเข้าวัด ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นส่วนใหญ่ 2. คนซื่อที่ไม่มีปัญญา ก็ถูกคนอื่นหลอกแบบซ้ำซาก คนซื่อที่มีปัญญา จะเป็นคนดีที่สังคมยกย่อง เคารพนับถือ เพราะให้ที่พึ่งทางใจให้คนอื่นได้เสมอๆ เพราะคนไว้เนื้อเชื่อใจเสมอ 3. การเจริญสติ คือมาเรียนรู้วิธีปรับจิตให้ซื่อตรง แต่ไม่ปล่อยให้จิตซื่อบื้อ คนมีจิตซื่อตรงคือคนฉลาด คนที่จิตซื่อบื้อเป็นคนโง่ ดังนั้น การเจริญสติที่ถูกต้อง ก็คือวิธีการปรับเปลี่ยนจิตที่ซื่อบื้อ ให้เป็นจิตที่ซื่อตรง 4. การทำภาวนาที่ถูกวิธี ก็เพื่อทำให้จิตรู้ซื่อๆ ไม่โอนเอียงลื่นไหลไปกับความพออกพอใจ และไม่ให้ไปผลัก ไปต้าน ขัดแย้งกับความไม่พอใจ แต่ให้รู้จักวิธีทำจิตให้เป็นกลาง หรือทำใจให้ตรงๆซื่อๆ เมื่อถูกอารมณ์ต่างๆ มากระทบ 5. คนซื่อตรงที่ไม่มีกัลยาณมิตรที่ดี อาจจะเปลี่ยนเป็นคนปลิ้นปล้อนกระล่อนหลอกลวงได้ง่าย หรือถูกสิ่งแวดล้อม ชักนำไปทางคดได้ง่าย […]

ตัวรู้ที่เป็นเวทนากับตัวรู้ที่เป็นสติต่างกันอย่างไร?

ตัวรู้ที่เป็นเวทนากับตัวรู้ที่เป็นสติต่างกันอย่างไร? คำว่าเวทนาก็เป็นตัวรู้ ตัวรู้ในการเสพเสวยอารมณ์ ตัวสติก็แปลว่าตัวรู้สึกตัว ระหว่างตัวรู้สึกปวด กับตัวรู้สึกตัวต่างกันอย่างไร เราปวดขาเป็นทุกขเวทนา ตัวรู้สึกตัวเข้าไปดูตัวปวดขาเป็นอะไร ถ้าไปรู้ว่าการปวดขาเป็นของฉัน ฉันไม่ชอบ มันมีตัวอัตตาขึ้นมาแล้ว สุขเวทนาความสบาย ก็เป็นความสบายของฉัน เป็นมิจฉาสติขึ้นมา หรือว่าเรานั่งฟัง พอไม่พอใจก็ลุกหนี เพราะไปสำคัญสิ่งที่เขาพูด ว่าเป็นตัวเขาและเราเป็นผู้ฟัง และไปสำคัญว่าสิ่งที่เขาพูด ถูกหรือไม่ถูก ใช่หรือไม่ใช่ ถ้าไม่ถูกใจก็หนีอย่างเดียว ถ้าถูกใจก็พูดคุยกันต่อไป มันเป็นเวทนาทั้งขึ้นทั้งล่อง ถ้าคนที่ไม่ฝึกวิปัสสนาเจริญสติ จะไม่รู้เท่าทัน หรือไม่รู้เท่าทันแต่ทนฟังไปก่อน สมมติว่าเราต้องไปคุยกับผู้บังคับบัญชา เราเลี่ยงไม่ได้เราต้องทนฟัง เราก็อยู่ในสภาวะเก็บกด ตรงนี้คือภาคปฏิบัติในชีวิตจริง ว่าเรารู้เท่าทันเวทนา ได้มากน้อยแค่ไหน คนไข้กับหมอ ตัวทุกขเวทนา เปรียบเสมือนคนป่วยที่นอนบนเตียง ได้ยาก็ดีขึ้น ขาดยาก็แย่ลง ตัวรู้ สติ สมาธิ ปัญญา เปรียบเสมือนหมอ ต้องดูอาการคนไข้ แต่ในกรณีที่เราไม่มีสติ สมาธิ ปัญญา ที่ฝึกฝนมา เราก็เป็นคนไข้ของอวิชชาตลอดเวลา ได้หมอเถื่อนหมอผีมาจัดการอยู่เรื่อย ก็ถูกหลอกอยู่เรื่อยๆ เวทนาหลอกเราตลอดเวลา เวทนาหลอกเราอยู่ตลอดเวลา สุขเวทนาก็หลอกเรา ทุกขเวทนาก็หลอกเรา […]

แฟลชไดรฟ์ใหม่ล่าสุด

แฟลชไดรฟ์ใหม่ล่าสุด ของหลวงพ่อพระพุทธยานันทภิกขุ(หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท) มีไฟล์เสียง หลวงพ่อที่คอร์สวัดถ้ำแสงเทียน คอร์สปรมัตถภาวนา สัดพระธาตุขุนห้วยสวด อ.เชียงคำ จ.พะเยา คอร์สธรรมมะจัดสรรวันสงกรานต์ และล่าสุด คอร์สเจริญสติที่ครุสติสถาน  รวมทั้งคอร์สต่างๆในปี 2559 ทั้งในและต่างประเทศ และ รวม MP.3 หลวงพ่อเทียน ขอเชิญชวนเพื่อนๆ กลุ่มศิษย์พุทยานันทภิกขุ ทุกท่านรวมบุญกันโดยสั่งบูชา แฟลชไดรฟ์ กองทุนสื่อพุทธยานันทภิกขุเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติธรรม ของพระ โยม กิจกรรมการเผยแพร่คำสอนของหลวงพ่อเทียน และหลวงพ่อมหาดิเรก กันนะคะ คอร์สปรมัตถ์ภาวนา ณ วัดพระธาตุขุนห้วยสวด อ.เชียงคำ จ.พะเยา ระหว่างวันที่ 1-30 มีนาคม 2560 คอร์สนี้จัดขึ้นเพื่อฝึกฝนครูสติ วิทยากร ธรรมบริกร และ เก็บอารมณ์เข้ม ของพระภิกษุ สามเณร แม่ชี และนักปฏิบัติเจริญสติแบบเคลื่อนไหวในสายงานของพระพุทธยานันทภิกขุ (หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท) ในคอร์สนี้หลวงพ่อเมตตาสอนวิธีให้ผู้ปฏิบัติได้มีการเรียบเรียงกายใจอย่างละเอียด ชี้แนะเคล็ดลับในการศึกษาและสังเกตตั้งแต่การสร้างจังหวะ การลำดับอารมณ์ การเฝ้าดูการเกิดดับทางกาย จิตและอารมณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพระ […]

ความคิดมีสามแบบ

แบบที่หนึ่ง เรียกว่า “ธรรมารมณ์” เป็นความคิดที่เหมือนไม่ใช่ความคิด เรียกว่าเป็น ธรรมารมณ์ หรือ วิสัยจิต คือมันผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ความคิดแบบนี้ไม่มีปัญหา ไม่ต้องไปปฏิเสธมัน ให้รับรู้เฉยๆ อย่าตามมัน หากเราเผลอคิดตามมันไป มันจะเกิดความคิดแบบที่สอง แบบที่สอง เรียกว่า “สังขารจิต” เป็นอารมณ์ หรือความคิดที่ผ่านเข้ามา แล้วไม่ผ่านไป มันจะติดข้องอยู่ ไม่ยอมผ่านไป แล้วแปรสภาพเป็น ความคิดปรุงแต่ง และปรากฏตัวเป็นอารมณ์ ไปตามอำนาจของอวิชชา ตอนที่เราเผลอตามมันไป ต่อมา ตัณหา อุปาทาน กรรม ก็จะเกิดตามมาเอง อารมณ์ชนิดนี้มีปัญหา และสร้างสมุทัย อันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ อย่างที่เราเป็นกันอยู่ แบบที่สาม เรียกว่า “วิสังขารจิต” คือความคิดที่ผ่านเข้ามาแล้ว เรามีสติปัญญารู้เท่าทัน คือมีเจตนา อันเกิดจากกำลังสติปัญญา ที่เราฝึกฝนอบรมมาอย่างดี เป็นเหตุให้เกิดวิชชา รู้จักคิด รู้จักที่มาของความคิด รู้จักหยุดความคิด และรู้จักวิธีจัดการกับความคิด รู้จักวิธีบริหารใช้ความคิด ไม่ปล่อยให้ความคิดเข้ามาในจิต อย่างลอยนวลโดยไม่รู้สึกตัว เมื่อเราฝึกสติ จนชำนิชำนาญแล้ว […]

พระธรรมเทศนา ณ ครุสติสถาน (สค., ก.ย., ต.ค. ๕๙)

พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda ณ ครุสติสถาน