พระธรรมเทศนา ครูสติ-มัธยม

ประมวลบรรยากาศ ธรรมเทศนา และการปฏิบัติธรรม ของการอบรม “ครูสติ” ของคณะครูโรงเรียนรุ่งอรุณ ๘ วัน ๗ คืน ตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม-๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ โดย ได้รับความเมตตาจาก หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท นำปฏิบัติธรรมเจริญสติแนวเคลื่อนไหว(หลวงพ่อเทียน

พระธรรมเทศนา การเจริญภาวนาให้ถูกวิธี

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธนานันโท แสดงธรรมโปรดสาธุชน ที่มาสวดมนต์ทำวัตรเช้า ในวันธรรมสวนะ ที่27 กค.2559 ณ วัดพระธาตุแสงเทียน อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ สัมผัสที่มากระทบเหมือนเข็มตาชั่ง อธิษฐานแปลว่าความตั้งใจ บางทีเราทำอะไรโดยที่ไม่ตั้งใจ ตั้งสัจจะคือตั้งใจนั่นเอง การตั้งสัจจะเพื่อเป็นการพัฒนาตนเอง ช่วยให้เราเห็นความก้าวหน้า ทางจิตวิญญาณ ความก้าวหน้าในที่นี้หมายถึง จิตของเราเข้ามาสู่ศูนย์กลาง ของตัวเองมากขึ้น ที่มันแกว่งไปในอดีตบ้าง อนาคตบ้าง เมื่อมีการกระทบครั้งหนึ่งก็แกว่งทีหนึ่ง เมื่อมีความก้าวหน้าของการปฏิบัติเกิดขึ้น สัมผัสที่มากระทบเหมือนเข็มของตาชั่ง มันไม่กระดิกซ้ายขวาขึ้นลงยาวเกินไป กลับมาสู่ปัจจุบันได้เร็วขึ้น ปีนี้ได้มีการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติม จากการปฏิบัติแบบเคลื่อนไหว พิจารณาเห็นว่าในอดีตการปฏิบัติของเรา ที่มีนักปฏิบัติผ่านมาแล้วผ่านไป บางคนปฏิบัติมาตั้งนาน แต่ก็มีการหลุดไปเยอะทีเดียว ก็เลยมาวิเคราะห์ดูเพราะเหตุใด เขาก็มีศรัทธาและความเพียร แต่ทำไมถึงหลุด หรือเปลี่ยนไปมากทีเดียว ก็มาลำดับคำสอนของหลวงพ่อเทียน ทบทวนคำสอนของพระพุทธเจ้าใหม่ ว่าเราขาดตกบกพร่องตรงไหน ทำให้ขบวนการฝึกปฏิบัติไม่ได้ผลเท่าที่ควร มาทบทวนใหม่ตั้งแต่ต้นเหตุว่า ความทุกข์และปัญหาทุกอย่าง เริ่มต้นที่อวิชชา พระพุทธเจ้าและหลวงพ่อเทียนต่างยืนยันว่า ถ้าทำตามหลักการอันนี้ ต้องมีพัฒนาการใน สามปี ห้าปี เจ็ดปี เจ็ดวัน หนึ่งวัน ตามลำดับ แต่ทำไมผู้ปฏิบัติไม่สามารถเข้าถึงผล […]

พระธรรมเทศนา อุบายฝึกจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน

พระธรรมเทศนาโดย พระพุทธยานันทภิกขุ หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท “อุบายฝึกจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน” (เช้าวันที่ 14 ธ.ค. 2559, Sacred Falls International Meditation Center. Wat Lao Buddha Sacksith. USA Hawaii) (ข้อความถอดคำบรรยายอยู่ใต้คลิปนี้ และในเพจพลิกใจให้ตื่นรู้) Double Check การหยุดและการเคลื่อน ถ้าเราตามรู้ไม่ทัน ก็เป็นการเกิดดับของอวิชชา บางทีเรายกมืออยู่ดีๆ พอแมลงวันมาตอมปั๊บ มือมันไปเลย เราไม่ทันรู้ แต่เราสามารถตามรู้ได้ โดยยกมือขึ้นอีกครั้ง นี่คือวิธีแก้ ทำซ้ำอีกทีหนึ่ง ถ้าทำด้วยความไม่รู้ ทำซ้ำอีกทีหนึ่งให้ช้าลง ถ้าเราลืมแล้วลืมเลย โดยที่ไม้แก้ มันจะกลายเป็นนิสัย เรายกมือ ถ้าลืมรู้สึกตัว ให้ยกมืออีกครั้งแบบรู้สึกตัว เรียกว่าวิธีเกิดและดับ เกิดคือมันเผลอไปโดยไม่รู้ตัว ซ้อมกลับอีกทีอย่างรู้ตัว คือดับ ดับความไม่รู้ ความไม่รู้เกิดเพราะเราเผลอ ลักษณะของการทำซ้ำครั้งที่สอง มันเป็นการแก้ ไม่ว่าเราจะยกอะไรก็ตาม ถ้าซ้อมอย่างนี้บ่อยๆ การปฏิบัติของเราจะก้าวหน้าได้ไวมาก คำว่าก้าวหน้าหมายความว่า […]

การเจริญสติที่ฮาวาย

คอร์สอบรมเจริญสติ 10-20 ธันวาคม 2559 ณ มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา โดย พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, Deva Nanda ตอนที่ 1 สติเคลื่อนไหวไปสู่เกาะฮาวาย การจัดอบรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว ที่วัดลาวพุทธศักดิ์สิทธิ์ เกาะฮาวายเที่ยวนี้ มิใช่ครั้งแรก แต่ก็ดูเหมือนเป็นครั้งแรก เพราะที่แล้วๆมา กลุ่มศิษย์พุทธยนันทะไปจัดก่อนถึง 4 ครั้ง แต่ก็ศรัทธาของผู้เข้าร่วมปฏิบัติยังไม่เต็มร้อย จึงไม่ทุ่มเทต่อการปฏิบัติมากเท่าที่ควร แต่เที่ยวนี้ สมาชิกผู้เคยสัมผัสการเจริญสติมาบ้างแล้ว ได้ตั้งใจรอคอยอย่างเต็มที่ว่า สักวันหนึ่ง หลวงพ่อคงมาพาพวกเขาปฏิบัติบ้าง เมื่อวันนี้มาถึง พวกเขาต่างทุ่มเทปฏิบัติกันอย่างจริงจัง ตั้งใจ ต่อเนื่อง และถูกต้องตลอด 10 วัน ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด เพราะมีผู้สูงอายุหลายคน ทำท่าจะทำต่อไม่ไหวตอนแรก ๆ แต่พอใกล้ถึงเวลาระฆังหมดยก ต่างคนต่างเร่งสปีดเต็มที่ ปรากฏว่า ทุกคนได้เห็นและรู้จักอารมณ์รูปนามอย่างชัดเจน ปัจจัยสำคัญในความสำเร็จครั้งนี้ น่าจะเกิดความพร้อมของสัปปายะดังนี้ 1. อากาศ น่าจะมาอันดับหนึ่ง เพราะบรรยากาศไม่เย็นและไม่ร้อน บางวันมีฝนลงปรอยๆบางๆเหมือนน้ำค้าง […]

ปฐมาจารย์เซนแห่งประเทศสยาม ตอนที่ ๔

อินทรีย์ห้า พละห้า เป็นกองหนุนที่เป็นกำลังหลัก การปฏิบัติในวิธีการแบบเคลื่อนไหวนี้ ต้องเน้นที่อินทรีย์ห้า พละห้าเป็นกำลังหลัก คือ ความจริงจัง ตั้งใจ จดจ่อ ต่อเนื่อง และถูกต้อง ไม่ใช่เน้นที่ทำได้ดี หรือทำได้มาก หรือทำได้นาน แต่ถ้าปฏิบัติถูกต้องตามวิธีการแล้ว น้อยก็ดี มากก็ได้ ช้าก็ได้ เร็วก็ได้ หลับตาก็ดี ลืมตาก็ได้ แต่ถ้าไม่ถูกต้อง มากก็ไม่ดี น้อยก็ไม่ดี จะช้าหรือเร็วใช้ไม่ได้ เพราะตั้งใจไม่ถูก ทำอย่างไรก็ไม่ถูก ฉะนั้น เน้นที่ความถูกต้อง เป็นข้อสุดท้ายของอินทรีย์ห้าและพละห้า ผู้เขียนก็เลยตั้งสโลแกน ให้จำอินทรีย์ห้าและพละห้ากันง่ายๆ ไว้ว่า ศรัทธาคือจริงจัง วิริยะคือตั้งใจทำ สติต้องจดจ่อ สมาธิต้องต่อเนื่อง และปัญญาคือถูกต้อง ต่อเนื่องทั้งในและนอกรูปแบบ อินทรีย์ห้าตามหลักมหาสติปัฏฐานสูตร แบบหลวงพ่อเทียน เน้นความสำคัญของความต่อเนื่อง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงต้องนั่งสร้างจังหวะ หรือเดินจงกรมต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน   คำว่า “ต่อเนื่อง” ในทีนี้หมายความว่า ให้ตามรู้ตามสังเกต อาการของกายของจิตที่เกิดขึ้น ในขณะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ ทั้งในและนอกรูปแบบ   เช่น […]

ทุกข์หยาบเกิดจากทุกข์ละเอียด

อย่าไว้ใจความสุข การที่เรามีทุกข์เกิดขึ้นแล้วละเลย ไม่รู้จักแก้ไขบำบัด เรียกว่าเกิดอวิชชา ความประมาท   แต่ถ้าสุข ทุกข์ เกิดขึ้นแล้ว เข้าไปศึกษาตามรู้ตามพิจารณา เรียกว่าเกิดวิชชา ปัญญาก็ตามมา   มันไม่ยากเลย แต่ที่มันกลายเป็นเรื่องยาก เพราะอวิชชามากเกินไป   ไฟแม้น้อย ถ้าตกใส่บ่อยๆ ก็ไหม้ ของเหม็นแม้น้อย เก็บไว้นานๆ ก็เหม็นเยอะ น้ำหยดซึมน้อยๆ นานเข้าก็หมด   ความไม่รู้สึกตัวแม้นิดหน่อย ถ้าประมาทบ่อยๆ ก็กลายเป็นความเลินเล่อเผลอเรอ ผู้ปฏิบัติที่จริงใจก็ให้ความใส่ใจ ผู้ปฏิบัติที่ไม่จริงใจก็ประมาท   ทุกข์หยาบเกิดจากทุกข์ละเอียด (สุข) แต่เราใส่ใจแต่ทุกข์หยาบๆ ทุกข์ละเอียดไม่ใส่ใจ ไม่เข้าไปจัดการที่เหตุ พอกลายเป็นทุกข์หนักก็แก้ไม่ได้แล้ว พระพุทธยานันทภิกขุ

พิธีปัญญาสมวาร

อุปสมบทหมู่ พระภิกษุ ๖๐ รูป คณะพระภิกษุสงฆ์ อบรมเจริญสติภาวนา ในโครงการพิธีปัญญาสมวาร โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท และคณะพระอาจารย์กลุ่มแสงเทียน ณ.วัดพระธาตุแสงเทียน อ.เด่นชัย จ.แพร่ 1. พระที่เข้าร่วม โครงการครั้งนี้ จำนวน 60 รูป และบวชเป็นเวลา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 พย.-วันที่ 6 ธันวาคม 2559 2. ทำพิธีบวชที่ พระอุโบสถ วัดพงป่าหวาย วัดเจ้าคณะอำเภอ เด่นชัย จ. แพร่ นำโดยเจ้าคณะอำเภอเด่นชัย 3.ทำพิธีบวชในวันที่ 28/11/2559 ที่วัดพงป่าหวาย และ วันที่ 28-30 อบรมเสขิยะวัตรเบื้อง ต้นเป็นเวลา 3 วัน ที่วัดพงป่าหวาย นำโดยเจ้าคณะอำเภอ 4. เข้าคอร์สปฏิบัติ ธรรมเจริญสติ แบบเคลื่อนไหวที่วัด พระธาตุแสงเทียน ( […]

ธรรมใดๆ ก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ

วิปัสสนาไม่ตัดสินแต่จัดการ กระแสอารมณ์ต่างๆ ที่ไหลผ่านเข้ามา ก็เหมือนกระแสน้ำ   ส่วนใจของเราเหมือนโคกหิน ที่กระแสน้ำต้องไหลผ่าน เราต้องเป็นผู้สังเกต เป็นผู้ดูไปเรื่อยๆ   จนกระทั่งเห็นความจริงว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เป็นอย่างนี้ มันไม่เป็นอย่างอื่น   พอรู้อย่างนี้แล้วก็จะสบาย ปลอดภัย ไม่ต้องใช้ตัวนึกตัวคิด เข้ามาตัดสินอะไร เพียงแต่รู้แล้วก็ปล่อย รู้แล้วก็ปล่อย   แต่ส่วนใหญ่มันจะเข้าไปตัดสิน ที่มีอยู่แค่ 2 ทาง คือ ตัดสินทางหนึ่งว่าดี อีกทางหนึ่งว่าไม่ดี สบาย -ไม่สบาย ชอบ-ไม่ชอบ   เมื่อมีการตัดสิน จะต้องมีฝ่ายถูก-ฝ่ายผิด แต่วิปัสสนานั้นให้มองแบบไม่ต้องตัดสิน ให้มองดูเฉยๆ แต่จัดการ เป็นการไม่ตัดสินแต่จัดการนั้นเอง   ส่วนไหนที่เราต้องการก็จัดการส่วนนั้น ส่วนไหนที่เราไม่ต้องการ ก็ไม่ต้องจัดการ   เช่น เรานั่ง เรารู้สึกปวดขา เราไม่ต้องตัดสินการปวดขา ว่าดีหรือชั่ว ถูกหรือผิด แต่จัดการในส่วนที่เราไม่ต้องการ […]