วัดดอย ๑๕-๒๒ พ.ย. ๕๘ (ขุดใจหานิพพาน)

จิตตื่นรู้เป็นอย่างไร? ปุจฉา: หลวงพ่อคะอาการตื่นรู้ของจิต เป็นอย่างไรเจ้าคะ วิส้ชนา: อาการตื่นรู้ของจิต คือการรับรู้ทุกอย่าง ที่เข้ามากระทบ   จะรู้สึกเท่าทัน ผ่อนคลายและปล่อยวาง โดยตัวของมันเอง   เหมือนหยดน้ำ ตกลงบนใบบัวฉันนั้น   มันดูนุ่มนวลและอ่อนโยน แต่มิใช่อ่อนแอหรือหวั่นไหว พระพุทธยานันทภิกขุ คลิปบรรยายธรรม คอร์สปฏิบัติที่วัดดอย ๑๕-๒๒ พ.ย. ๕๘

คลิปบรรยาย slide show with Dhamma talk

แช่แบบไม่รู้ ปุจฉา:   กราบนมัสการเจ้าค่ะ หนูขอเรียนถามถึงวิธีการแก้อารมณ์ ให้ผู้ปฏิบัติที่ติดอารมณ์ค่ะ   ถ้าเกิดคนคนนั้น แช่อยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งนาน ๆ จนเกิดความท้อแท้สิ้นหวัง ในการปฏิบัติ เราจะมีวิธีช่วยเขายังไงคะ   วิสัชชนา:   แก้ไขด้วยการทำความเข้าใจ ในการปฏิบัติให้ถูกต้องเสียก่อน ค่อยลงมือปฏิบัติ   ถ้าเขาเข้าใจผิด มันก็แก้ปัญหาการปฏิบัติไม่เป็น การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว เราสอนให้แก้ปัญหา มิใช่ก่อปัญหา   คือไม่ให้แช่อยู่กับเวทนาต่างๆ ไม่ว่าสุข หรือทุกข์ ต้องบำบัดแก้ไขให้หมดไป   ถ้าทนไม่ได้ ต้องแก้สถานเดียว คือห้ามแช่แบบไม่รู้ ถ้าเจตนาจะแช่ มันไม่มีปัญหา   แต่ที่เป็นปัญหา เพราะแช่แล้วไม่รู้ ก็ให้กล้บมารู้สึกด้วยตัวสติสัมปชัญญะ เท่านี้ก็จบ พระพุทธยานันทภิกขุ

น้ำตาแห่งปีติ

ลาก่อน ภวาสวะ ปุจฉา; กราบนมัสการหลวงพ่อเจ้าค่ะ ช่วงนี้ภาวนาพออาการหนัก เบา ตามร่างกายชัด จิตมันพิจารณาเห็นถึงกายไม่มี มีแต่การรู้ว่ามันเคลื่ิอน มันหยุด   มันเหมือนมันกลัวว่าจะสูญเสียกายไป เสียความเป็นเราไป เป็นอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเจ้าค่ะ   เป็นจนกระทั่งบอกได้เลยว่า จะมาแนวเดิม ถึงตัวที่ร้องไห้เจ้าค่ะ   วันนี้ขี่จักรยานกลับบ้าน มันรู้สึกถึงความหนัก ปวด เมื่อย เป็นแห่งๆ แต่เหมือนไม่มีร่างกายเจ้าค่ะ   เห็นแต่ก้อนความหนักๆ หน่วงๆ เมื่อยๆ เหมือนสัญญาที่มันจำไว้ว่า ร่างกายเรามันไม่มี มันจึงไม่ไปรวมกับเวทนาทางกายเจ้าค่ะ ความปรุงแต่งจึงไม่เกิด ทุกข์เลยเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมีแต่ความรู้สึกล้วนๆ   ขอความเมตตาช่วยแนะนำ สั่งสอนลูกด้วย เจ้าค่ะ วิสัชชนา; เคยบอกมาก่อนแล้วว่า การร้องให้เกิดจาก การได้อารมณ์ปีติระดับหนึ่ง   มันจะเป็นสำหรับ คนที่เคยทำสมถะมานาน เรียกว่า ภวาสวะ   ถึงเวลามันเกิด ก็ปล่อยให้มันเกิด เรามีหน้าที่ตามรู้เฉยๆ ไม่ต้องแช่กับมัน   ไม่ยินดีหรือปฏิเสธ […]

หลับตาติดสุข

ปุจฉา: นมัสการเจ้าค่ะ โยมมีปัญหา ชอบปฏิบัติแบบนั่งหลับตา พอดีเลย เวลานั่งขยับมือไปนานๆ รู้สึกอยากหลับตา พอหลับตา ปรากฏว่า รูปที่กำลังขยับ มันชัดเด่นขึ้นมามากเลยเจ้าค่ะ แล้วมันรู้สึกดีมาก ไม่อยากลืมตาเลย ต้องแก้ไขอย่างไรเจ้าคะ วิสัชชนา: การนั่งสมาธิหลับตา ก็ไม่มีอะไรผิด แต่มันเสี่ยงต่อการ ติดใจสุขในสมาธิเท่านั้นเอง   ถ้าติดสุขในสมาธิแล้ว สติปัญญามันเจริญช้า หรือสติปัญญาชนิดที่ฆ่ากิเลสได้ มันอ่อนลง และเติบโตช้าไม่ทันการณ์   เหมือนการปลูกต้นพริก ต้นมะเขือหรือผลไม้ชนิดอื่นๆ ไวัในที่ร่ม หรือใต้ต้นไม่ใหญ่ มันไม่แตกดอกออกลูก ให้เท่านั้นเอง ฉันใด   อุปมาการเจริญสมถะภาวนาก็ฉันนั้น หรือเหมือนคนติดสุข จะเป็นคนอ่อนแอ หนักไม่เอาเบาไม่สู้ พระพุทธยานันทภิกขุ

ช่างตัดกิเลส

เริ่มต้นฝึกหัดจากหุ่นตัดกิเลส เรื่องมรรคเรื่องผล เป็นเรื่องของอีกโลกหนึ่ง เป็นโลกของโลกุตระ มันจะต้องมีกฎเกณฑ์ ของมันต่างหาก   ในแง่ของโลกียะ มันก็มีกฎเกณฑ์ของมันต่างหาก   กฎเกณฑ์ของรูป เรียกว่าโลกียะ กฎเกณฑ์ของนาม เรียกว่าโลกุตตระ   เวลาเรียนตัดผม ก็ต้องมีหุ่นให้ลองตัดก่อน เช่นเดียวกัน เราจะเรียนรู้นามธรรม ต้องผ่านจากรูปธรรมเสียก่อน   ถ้าไม่เรียนจากรูป ไปเรียนใจเลยไม่ได้ เพราะมันเป็นนามธรรม   เราเอากายเป็นที่ตั้ง ของการศึกษา เพราะกายมีการเปลี่ยนแปลง ที่เห็นได้ชัด   ที่จริงแล้วเราต้องการไปศึกษา การเปลี่ยนแปลงอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของจิต   แต่ว่าเราจะไปดูตรงนั้นเลยไม่ได้ เพราะดวงตาเห็นธรรมเรายังไม่เกิด   คนที่มีดวงตาเห็นธรรมแล้ว ก็ไปดูอารมณ์หรือความคิดได้เลย   แต่ว่าอารมณ์หรือความคิด ไม่ได้เกิดตลอดเวลา มันเกิดเป็นบางครั้งเท่านั้น ทุกข์คือครูผู้ขยันสอน การศึกษาอริยสัจสี่เริ่มจากทุกข์ ถ้าเปรียบเทียบทุกขเวทนา ที่เกิดทางกายกับทางจิต อันไหนเกิดบ่อยกว่ากัน อันไหนเกิดเร็วกว่ากัน   ถ้าเรานั่งนานจนเมื่อย เราพลิกเปลี่ยนท่า กว่าจะปวดอีกก็หลายนาที […]

แล้วแต่จะเลือกทางเดินของตัวเอง

ศรัทธาต้องเต็มร้อย จึงจะได้ผลที่ถูกต้อง ปุจฉา; กราบเรียนนมัสการเจ้าค่ะ ปัจจุบันมีการเผยแพร่ ธรรมะในรูปแบบต่างๆ ซึ่งแปรเปลี่ยนไปจากที่ครูบาอาจารย์สอน หากเป็นเช่นนี้จะส่งผล อย่างไรเจ้าคะ? วิสัชชนา; ในการเจริญสติ สมาธิ ปัญญา “ศรัทธาต้องเต็มร้อย จึงเกิดผลที่ถูกต้อง”   บางคนปฏิบัติธรรมมานาน 20-30ปี แต่มีความขัดแย้งแตกแยกจากรูปแบบ ที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนและชี้แนะ   ทั้งๆ ที่เราได้ประโยชน์ และอานิสงส์จากรูปแบบนี้ เพราะเขาเห็นรูปแบบอย่างอื่น ที่มีสีสัน จึงไปหลงว่าดีกว่า จึงมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไป   ซึ่งเป็นผลของการที่ไม่เคารพ ครูบาอาจารย์อย่างจริงใจ พร้อมที่จะเปลี่ยนใจไปทางอื่น จึงส่งผลออกมาเป็นความขัดแย้ง เป็นความไม่ลงตัว   ในการปฏิบัติธรรม ไม่สามารถวัดผลความถูกต้อง ในระยะเวลาแค่ 1 ปีหรือ 2 ปี แต่ต้องวัดผลกันในระยะยาว 30-50ปี   ซึ่งแน่นอนว่าการภาวนา 1-2 ปีและ 30-50ปีนั้น ย่อมแสดงผลออกมาแตกต่างกัน เพราะมันเป็นการสั่งสม ตามหลักธรรมชาติ   หากเราภาวนาแบบผิดเพี้ยน เราจะก็สั่งสมสิ่งที่ผิดพลาด ผิดเพี้ยนไป […]

วิดีโอ คอร์สโพธิปัญญา ๑๑-๑๗ มี.ค. ๕๙

VDO ชุดเจริญสติเข้มที่ ศูนย์ครุสติสถาน ประจำเดือนวันที่ 11-17 มีนาคม โดยพระพุทธยานันทภิกขุ และศิษย์วัดพระธาตุแสงเทียน คอร์สนี้ได้เน้นการเก็บอารมณ์เพื่อการศึกษา มิใช่เพื่อมุ่งให้ได้สภาวะธรรมอะไรพิเศษที­่นอกเหนือไปจากการพัฒนากำลังของสติสัมปชัญญะให้แข็งแรงและรวดเร็วมากขึ้น จนสามารถรู้เท่าทันอารมณ์ต่างๆ ที่เข้ามาสู่จิต และปรุงแต่งให้เปลี่ยนแปลงแปรปรวนไปภายน­อกตนเอง จนเป็นเหตุหลงลืมปัจจุบันเท่านั้นเอง

คอร์ส “รู้ตื่น เบิกบาน” 10 กรกฎาคม 2559 กรุงเทพฯ

คอร์ส “รู้ตื่น เบิกบาน” วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559 เวลา 8.30-16.00 น. ณ อาคารธรรมดีรุ่งโรจน์ ยานนาวา ถ.นางลิ้นจี่ กรุงเทพฯ สมัครติดต่อ: คุณสุนันทา มือถือ 085-114-0384

สาส์นจากหลวงพ่อมหาดิเรก และวีดีโอธรรมเทศนา

สาส์นจากหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท หลังจากจบคอร์สที่วัดศรีมงคล ฝรั่งเศส ซึ่งมีผู้เข้าอบรมประมาณ 40 คน และได้อารมณ์ปฏิบัติกันแทบทุกคน บางคนลางานมาจากอังกฤษ สวิส เยอรมัน และปารีส คุณแบมก็เป็นคนหนึ่ง เคยเป็นนางพยาบาลจากยโสธร ได้แต่งงานกับวิศวกรชาวเยอรมัน ปัจจุบันเป็นครูสอนโยคะ ชี่กง สอนนวดแผนไทย และเคยเข้าอบรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหวเพียงสองคอร์ส เป็นผู้ที่มีความตั้งใจปฏิบัติจริงจัง จนประจักษ์แจ้งผลด้วยตนเอง