นามรูป รูปในใจ

คนทำสมถกรรมฐานนั้นชอบนั่งให้สงบ และคิดว่าตัวเองได้ทำวิปัสสนา เมื่อนั่งสงบจิตสงบใจแล้ว ก็มาพิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อันนั้นมันเป็นการพิจารณานึกคิดเอาเอง ไม่ใช่สัญญาที่กล่าวถึง เป็นสัญญาจากการศึกษาเล่าเรียน จากการอ่าน การฟัง สัญญาอย่างนั้นไม่สามารถจะทำให้ ญาณวิปัสสนาเกิดขึ้นมาได้ เพราะเกิดจากการพิจารณาเอาเอง ฉะนั้นการทำความรู้สึกนี่แหละ มันจะทำให้ญาณปัญญาเกิดขึ้น ทำให้ปัญญารอบรู้ รู้ลึกมากขึ้น พลิกมือก็รู้ คว่ำมือก็รู้ เอียงซ้ายก็รู้ เอียงขวาก็รู้ ก้มก็รู้ เงยก็รู้ กะพริบตาก็รู้ ตาเหลือบซ้ายแลขวาก็รู้ กลืนน้ำลายเข้าไปในลำคอก็รู้ จิตใจมันนึกมันคิดก็รู้ จึงไม่ต้องนั่งเงียบๆ ตามีหน้าที่ดู หูมีหน้าที่ฟัง จมูกมีหน้าที่ดมกลิ่น เหม็นหอม ลิ้นมีหน้าที่รู้รส เปรี้ยวหวาน มัน เค็ม กายของเรามีหน้าที่สัมผัส เย็น ร้อน อ่อน แข็ง จิตใจมีหน้าที่คิดนึก ญาณเข้าไปรู้ความคิด เพราะสัญญามันเข้าไปรู้แล้ว กายเคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็รู้ จิตใจมันนึกมันคิดก็รู้ การรู้จิตใจที่มันนึกมันคิดนี่แหละ เขาเรียกว่า นามรูป รูปของความคิดคือ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ […]

จิตหลอกไม่กลัว กลัวผีหลอก

จิตไม่ชอบโดนคนอื่นหลอก แต่มันชอบหลอกตัวเอง ความจริงที่เกิดในปัจจุบัน จิตไม่ค่อยยอมรับ เพราะมันเป็นความจริง   จิตของเรามันชอบความหลอกลวง จิตมันจึงไปอยู่กับความคิด มากกว่าความรู้   เพราะความรู้เป็นความจริง ความคิดเป็นความหลอก มันก็หลอกได้ทังวัน   จิตเองไม่ชอบถูกหลอก แต่มันชอบหลอกตัวมันเอง   คนส่วนใหญ่กลัวผีหลอก แต่ไม่กลัวตัวเองหลอก ความคิดหลอกตัวเอง   รูป เสียง กลิ่น รส ของตัวเอง หลอกตัวเอง กลับไม่กลัว กลับชอบ ปรุงให้มันเลอเลิศเอาไว้   ทำไมจิตถึงชอบสิ่งที่หลอก ก็เพราะมันยังไม่ชอบความจริง   เราจะเห็นว่า แม้เราพยายาม ให้จิตมาอยู่กับความจริง มันก็ไม่อยู่หรอก ความจริงคือความรู้สึกตัว จนกว่าจิตของเราจะฉลาดขึ้น เพราะมันถูกหลอกแล้วมันทุกข์   คิดไปเรื่องดีบ้างเรื่องชั่วบ้าง ก็เริ่มหนักเริ่มฟุ้งเริ่มไม่สนุก เริ่มติด อึดอัด ก็เริ่มพยายามมาอยู่กับความจริง   แต่อยู่กับความจริงนานไม่ได้ เพราะมันไม่สนุก จิตมันไปอยู่กับความสนุกสนานมานาน พอมันขาดความสนุกก็จะอยู่ไม่ได้อีก มันก็เพลินไปสร้างเรื่องใหม่อีก จิตชอบอยู่กับความคิด มากกว่าความรู้สึกตัว […]

เพลินทำให้ง่วง

ถ้าสติเราไม่เข้มแข็งพอก็จะเพลิน ลักษณะของการปฏิบัติทั่วไป พอเราปฏิบัติไปได้สักพักหนึ่ง เราจะรู้สึกเพลิน   เพลินจะมาก่อนตัวอื่น คำว่าเพลินนี้มันเป็นโมหะ มันเพลินพร้อมที่จะคิดก็ได้ พร้อมที่จะง่วงก็ได้ พร้อมที่จะหงุดหงิดก็ได้ พร้อมที่จะฟุ้งซ่านก็ได้   แต่ถ้าเราทำไป โดยมีสัมปชัญญะกำกับอยู่ ความเพลินจะถูกเปลี่ยน เป็นตัวสัมปชัญญะ และเปลี่ยนเป็นปัญญาต่อไป   ดังนั้นตัวข้อต่อของฝ่ายอกุศล จึงมีความเพลินเป็นตัวเชื่อมต่อ   แต่ตัวรู้สึกตัวทั่วพร้อม คือสัมปชัญญะ เป็นตัวเชื่อมต่อของฝ่ายที่เป็นกุศล ก่อให้เกิดสมาธิและปัญญาต่อไป   ให้เข้าใจ ๒ ตัวนี้ให้ชัด ภาวะที่เป็นอยู่ขณะนี้ เราเพลินหรือเรารู้ตัวทั่วพร้อม ต้องรู้ก่อนเลย   แต่รู้สึกตัวทั่วพร้อมได้ไม่นาน มันจะหลงไปเพลินอีก ก็ให้รีเซทใหม่ รีสตาร์ทใหม่ ให้รู้สึกตัวทั่วพร้อม   ตัวนี้ก็จะแปลงเป็น สมาธิปัญญาไปเรื่อยๆ   แต่ถ้าสติเราไม่เข้มแข็งพอ เราก็จะเพลินไป นี่ ตัวนี้คือตัวที่เราพลาด   ทำไมเราจึงพลาด เพราะเราอยู่กับความเพลินมาตลอด ไม่ใช่ตลอดชีวิต แต่ตลอดภพชาติกัปกัลป์ เพราะเราเกิดมาก็ด้วยความเพลิน เพลินในรูป รส กลิ่น […]

นาฬิกาขันธ์ห้า

จิตเหมือนนาฬิกา ขันธ์ห้าเหมือนเฟือง ถ้าจิตทำงานเหมือนนาฬิกา ขันธ์ห้าก็เหมือนเฟืองนาฬิกา เพราะจิตของเรานี้ มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ โดยผ่านการรับรู้ของระบบประสาททั้ง ๕ คือ ประสาททางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เมื่อไปกระทบกับรูป เสียง กลิ่น รส สมผัส อารมณ์ แล้วก่อให้เกิด รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยอาศัยระบบประสาทวิญญาณ รับรู้ผ่านทางอายตนะทั้งหก เป็นตัวรับข้อมูลให้ แล้วส่งให้แก่จิต จดเป็นฮาร์ดดิสก์ เก็บข้อมูลอีกทีหนึ่ง แล้วแปลงข้อมูลที่รับมา นำออกมาใช้เป็นหน้าที่ต่างๆ โดยผ่านทางความคิด เรียกว่า “ขันธ์” คือรูปขันธ์ ได้แก่ ภาพที่เกิดจากจินตานาการ แล้วเกิด เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ รวมเรียกว่า “จิต” นาฬิกาบอกเวลา จิตบอกความคิด ความคิดแต่ละครั้ง เป็นผลรวมของทุกขันธ์ ที่ทำงานร่วมกันโดยอัตโนมัติ   เหมือนกับการทำงานของนิ้วมือ […]

บันไดสติ

ขั้นบันไดสู่มัชฌิมาปฏิปทา นึกถึงความจริงว่า มีขั้นบันไดบ้านไหน บางขั้นถี่ บางขั้นห่าง บางขั้นลึก บางขั้นกว้าง บางขั้นแคบ ทำไมต้องทำให้มันเท่ากันหมด   มันคือความสมดุลของรูปธรรม เป็นธรรมดาที่สุดเราคิดไม่ถึง   ฉันใดก็ดี ในแง่ของสภาวะจิตที่เป็นนามธรรม ท่านก็ต้องการให้มันสมดุล ท่านใช้คำว่ามัชฌิมาปฏิปทา แปลว่าเท่าๆ กัน   สมมติว่าเราปรุงอาหาร ถ้าเค็มมากไป จืดมากไปก็ไม่อร่อย การที่มันอร่อยแสดงว่ามันพอดี ขึ้นอยู่กับฝีมือว่าใครฉลาดทำ   จิตเราก็เหมือนกัน ถ้าปรับให้สงบเกินไปมันก็จืด ไม่คิดอะไรเหมือนแกงจืด แต่คิดมากเกินไปเหมือนแกงรสจัด เค็มจัด เผ็ดจัด ก็กินไมได้อีก   ดังนั้นการปฏิบัติธรรม จึงเป็นศิลปะในการสร้างความพอดี เมื่อชีวิตทุกส่วนเข้าสู่ภาวะความพอดี พระพุทธเจ้าบอกว่ามันหมดทุกข์   แต่เราจะรักษาความพอดี ได้มากน้อยแค่ไหน ความพอดีที่เป็นอัตโนมัติ ความพอดีมีสองแบบ   หนึ่งความพอดีที่ยังไม่พอดี หมายความว่าต้องคอยปรับ   สองความพอดีที่มันเป็นอัตโนมัติ เรียกว่าระบบออโตเมติก มันปรับความพอดีของมันเอง   ถ้าหากว่าระบบแมนนวล หมายความว่าต้องคอยปรับ   จิตของเราเหมือนกัน […]

วัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร เมืองกริฟฟิน รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ๑๖-๒๒ พ.ค. ๕๙

สาส์นจากหลวงพ่อ พค.ทีมงานกลุ่มไลน์ศิษย์พุทธยานันทะ ร่วมกับสมาชิกชมรมคนเพียรในอเมริกา ได้จัดรีทรีทเจริญสติแบบเคลื่อนไหวเข้มข้น ขึ้นที่วัดพระมหาชนก เมืองกริฟฟิน แอตแลนต้า ในโอกาสวิสาขะรำลึก วันนี้เป็นวันปิดงาน ท่านพระครูปิยธรรมะวิเทศ เจ้าอาวาส ได้เข้าร่วมทำพิธีปิดในวันนี้ด้วย สมาชิกผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมในเที่ยวนี้ ปรากฏว่าได้ดวงตาเห็นธรรมกันทุกคน หลายคนรู้สึกเสียดาย ที่ไม่มีโอกาสเข้าร่วมการภาวนา เที่ยวนี้ เพราะลางานไม่ได้ ช่วงเย็น หลังปิดงานแล้ว เวลาหกโมงเย็น ทีมงานเรารีบเดินทางขึ้นเครื่อง เพื่อไปจัดรีทรีทต่อที่ชิคาโก้ ตั้งแต่ 23-30 พค. ที่วัดธัมมาราม สมาชิกชมรมคนเพียร ท่านใดอยู่ใกล้แถวนั้น ประสงค์จะเข้าร่วมรีทรีทครั้งนี้ กรุณาแจ้งที่คุณมณ วัดป่าชิคาโก้ได้เลย พระพุทธยานันทภิกขุ  

ฤดูกาลภายในคือใจที่เปลี่ยนแปลง

    ฤดูกาลในใจเปลี่ยนไปตลอดเวลา ธรรมชาติของร่างกายคือ เกิดขึ้น แปรปรวน ดับไป ถ้าเราไม่เข้าใจธรรมชาตินี้ จิตของเราก็จะแปรปรวนไปด้วย ไม่มีความสุข เย็น สงบ เท่าใดนัก จิตก็ยังสับสนวุ่นวาย แปรปรวนไปตามอาการของเวทนาที่เกิดจากดินฟ้าอากาศ แต่ถ้าเรารู้ความจริง จิตใจของเราก็ไม่แปรปรวนไปตามดินฟ้าอากาศ เราตั้งใจดูมันเฉยๆ ไม่เป็นไปกับอาการของเวทนาที่เกิดจากไตรลักษณ์ตลอดเวลา เราจึงมาศึกษาปฏิบัติธรรม เพื่อที่จะไม่ให้ใจของเราแปรปรวนไปตามสิ่งแวดล้อม   วัตถุที่ไม่มีวิญญาณดูเหมือนไม่แปรปรวน แต่ถ้าเราสังเกตดีๆ มันก็แปรปรวนเหมือนกัน ต้นไม้ใบหญ้า พอถึงฤดูกาลก็แปรปรวนไป หน้าฝนก็เขียว หน้าแล้งก็แห้ง ฤดูกาลภายนอกเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนทุก ๓-๔ เดือน แต่ฤดูกาลของจิตหมุนเวียนตลอดเวลา วันหนึ่งเปลี่ยนแปลงหลายฤดู ร่างกายและจิตใจ เป็นผลพวงของการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติภายนอกอยู่เหมือนกัน เราจึงต้องมาศึกษาวิธีการปรับให้จิตใจของเราไม่แปรปรวนไปตามอารมณ์ อารมณ์ก็คือฤดูกาลนั่นเอง เราก็จะพอมีความสุขสงบได้บ้าง   ใช้พลังการเคลื่อนไหว แปรตัวทุกข์ให้เป็นตัวรู้   การศึกษาวิปัสสนาก็คือ การศึกษาความจริงในร่างกายของเราที่กำลังเป็น กำลังมีอยู่ เช่น เรานั่งอยู่ ความรู้สึก เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เคร่ง ตึง […]

กล่องดำของชีวิต

ความเคยชินคือกล่องดำของชีวิต จิตใต้สำนึก หรือสัญชาตญาณ และความเคยชินทั้งหมด ถือว่าเป็นกล่องดำของชีวิต เพราะเมื่อใดสติสัมปชัญญะของเราเริ่มอ่อนกำลัง การรับรู้ต่อสิ่งรอบข้างของเรา จะไม่ชัดเจน มันจะเบาบาง พร่ามัว บางครั้งเราจำเป็นต้องเพ่งกระแสความสนใจไปในสิ่งที่เรากำลังทำ พูด คิด เพียงจุดเดียว เพื่อให้เป้าหมายเฉพาะหน้าที่เรากำลังเกี่ยวข้องอยู่ ให้สำเร็จประโชน์ เช่น การเพ่งความใจอย่างเต็มที่ ในอ่านหนังสือ เขียน พิมพ์หนังสือ หรือแม้กระทั่งตั้งใจฟังหรือดูรายการพิเศษ ที่เราชอบเป็นต้น ในบรรยากาศเช่นนี้ เราจำเป็นต้องตั้งใจเป็นพิเศษลักษณะเช่นนี้ถือว่า เป็นการทำให้กำลังสติสัมปชัญญะอ่อนไป ได้หรือไม่? ตอบว่า “ไม่ใช่” เพราะขณะนั้น กำลังของสติสัมปชัญญะ ไปหน้าที่ของสมาธิ แต่มีข้อข้อแม้ว่า สิ่งที่ใจเข้าไปติดพันขณะนั้นๆ เป็นสัมมาสมาธิ หรือเป็นมิจฉาสมาธิ เรื่องนี้ต้องแยกเป็นสองกรณีคือ 1. วัตถุหรือเป้าหมายที่เกี่ยวข้องคืออะไร? 2. วางน้ำหนักกำลังความใส่ใจ มุ่งไปทางไหนมากกว่า? ต้อพิจารณาเหตุผล 2 ประการดังนี้ประกอบด้วย ถึงจะตัดสินได้ว่า ถูกหรือผิด ซึ่งรายละเอียดสูงมาก จะไม่นำมากล่าวในที่นี้ แต่ในที่นี้ จะมุ่งกล่าวถึงความสำคัญของสัญชาตญาณหรือความเคยชิน ในฐานะเป็นกล่องดำของชีวิตจิตใจได้อย่างไร และจะจัดการแก้ไขอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะเหตุใดจึงเรียกความเคยชินว่าเป็นกล่องดำ การที่อารมณ์ภายนอก […]

สุนัขไม่เคยกลัวผี

  คนที่กลัวผี จิตใจต่ำกว่าสุนัข คนกับมนุษย์ไม่เหมือนกัน แม้รูปร่างหน้าตาจะเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกัน ทางด้านคุณธรรมและภูมิปัญญา เช่น บางคนนึกอยากทำอะไรก็ทำ นึกอยากจะพูดก็พูด อยากจะกินก็กิน ได้แก่ “คนธรรมดา” นี่เอง ที่ร้ายไปกว่านั้นก็เรียกว่าเป็น “สัตว์” หน้าตาเป็นคนแต่จิตใจเป็นสัตว์ คือ ไม่มีความละอาย เหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน หมายถึงบุคคลที่ไม่เคยพัฒนาจิตใจ ของตัวเองให้สูงขึ้น ส่วน “มนุษย์” หมายถึงผู้มีมานะ หักห้ามจิตใจไว้ได้ เป็นผู้มีจิตใจสูง มีปัญญามากกว่าคน พัฒนาจิตใจของตนให้สูงขึ้น จนเลื่อนชั้นขึ้นเป็นมนุษย์ “ผี” หมายถึงคนที่พูดชั่ว ทำชั่ว บางคนรูปร่างหน้าตาเป็นคน แต่จิตใจยังเป็นผี ครั้งหนึ่งเขานิมนต์หลวงพ่อ ไปเปิดอบรมที่วัดวิเวกธรรมคุณ วัดนี้มีป่าช้า เขาเอาคนตายไปฝังและเผาที่นั่น บางครั้งเผาไม่หมดเขาก็เอาไปฝัง ถ้าเป็นเด็กตายเขาก็เอาไปฝังเลย สุนัขมันไม่เคยกลัวคนตาย มันไม่เคยกลัวผี มันไปขุดคุ้ยศพที่ฝังอยู่มากิน สุนัขไม่กลัวป่าช้า ไม่กลัวความมืด ดังนั้น ถ้าใครยังกลัวผี ก็เข้าใจได้ว่า จิตใจต่ำกว่าสุนัข คนที่มีความกลัว ไปไหนมาไหนต้องดูฤกษ์ยาม แสดงว่าจิตใจสู้สุนัขไม่ได้ พูดความจริงเช่นนี้คนไม่ชอบ แต่ก็ต้องพูด […]