น้ำผึ้งผสมอบเชย?สุดยอดไร้เทียมทาน !! H oney and Cinnamon

Honey and Cinnamon น้ำผึ้ง ผสมอบเชย ( Honey and Cinnamon) น้ำ ผึ้ง เป็นอาหารเพียงชนิดเดียวในโลกนี้ที่ไม่เสีย หรือบูดเน่า จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล แท้จริงแล้วน้ำผึ้งแท้ก็คือน้ำผึ้งแท้อยู่วันยังค่ำ อย่างไรก็ตามถ้าปล่อยทิ้งไว้ ในที่มืดนานๆมันจะตกผลึก ถ้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ให้นำขวดน้ำผึ้งแช่ในน้ำร้อน ปล่อยให้ค่อยๆเย็นลงจนกลายเป็นของเหลว มันก็จะกลับคืนสู้สภาพเดิม อย่านำเข้าตู้ไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะจะทำลายเอ็มไซม์ในน้ำผึ้ง น้ำผึ้งกับอบเชย กล้ากล่าวได้ว่า บริษัทยา ทั้งหลายไม่ชอบใจแน่ๆ การค้นพบข้อเท็จจริงของส่วนผสมน้ำผึ้งกับอบเชย สามารถ รักษาโรคได้เป็นส่วนมาก น้ำผึ้งสามารถผลิตได้ ทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังยอมรับว่าเป็น ?Ram Ban? (มีประสิทธิผลมาก) ในการ รักษาโรคนานาชนิด น้ำผึ้งสามารถใช้ได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ปัจจุบันวิทยาศาสตร์กล่าวว่าแม้น้ำผึ้งจะมีรสหวาน ถ้ารับประทานในปริมาณที่เหมาะสมก็จะเป็นยาชนิดหนึ่ง ไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยเบาหวาน หนังสือ World Weekly News ของแคนนาดา ประจำวันที่ 17 มกราคม 1995 ได้บอกถึงสรรพคุณของน้ำผึ้งกับอบเชยว่า รักษา โรคใดได้บ้าง ซึ่งเป็นผลการ […]

รวมบทความเกี่ยวกับนามรูป

นามรูป : ต้นทางแห่งภพชาติและความทุกข์   รูปนามคือภาชนะของกายใจ รูปนามเปรียบเสมือนภาชนะของเรา คือภาชนะใจ ภาชนะกาย มันมักจะแปดเปื้อนด้วยทุกขเวทนาต่างๆ อยู่เสมอ เวทนาต่างๆ เข้ามากระทบทั้งกายและจิต ก็เป็นเหมือนมลทิน ฝุ่นผง ที่พัดเข้ามาจับต้องอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องคอยปรับเปลี่ยนบำบัด ขัดเกลาชำระล้างเอามลทินทุกข์นั้นๆ ออกไปอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกเจ็บ ปวด เมื่อย เคล็ด คันฯลฯ จะรู้สึกมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความเข้มแข็ง หรืออ่อนแอของอินทรีย์แต่ละคนไป คนที่เข้มแข็ง ทุกขเวทนาก็เกิดช้าหน่อย คนที่อินทรีย์อ่อนแอ ก็เกิดไวหน่อย เพราะมันเป็นสังขารโดยกำเนิด ซึ่งต้องตกอยู่ภายใต้กฎของไตรลักษณ์ทั้งหมดไม่มียกเว้น ทุกขเวทนากับสุขเวทนา จึงเป็นมลทินที่ไหลลื่นเข้ามาสู่กายใจไม่รู้จักหยุดหย่อน เวลาอยู่ในอิริยาบถใดนานๆ ทุกขเวทนาต้องเกิด เป็นมลทินฝ่ายลบ เราก็ต้องหาทางบำบัดขัดเกลามันออกไป และเมื่อได้สุขเวทนากลับเข้ามา ก็เป็นมลทินฝ่ายบวกยึดเราต่อไปอีก เวทนามันมีตลอดเวลา มลทินเหล่านี้เรียกตามปริยัติเรียกว่า อภิชฌาและโทมนัส คือความพอใจ และความไม่พอใจนั้นเอง เราสามารถรู้เท่าทันมลทินทางกายเวทนาเหล่านี้ และรู้จักวิธีบำบัดขัดเกลาเอามลทินทางจิตออกได้ ด้วยกำลังวิปัสสนาญาณ   อทุกขมสุขเวทนา ยังไม่ใช่อุเบกขา อารมณ์หลักๆ ของรูปนาม เมื่อทำความรู้สึกตัวทั่วพร้อมชัดเจนดีแล้ว เราก็จะเห็นเวทนาทั้งลบและบวกได้โดยง่าย เราสามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับมันได้ถูกต้อง และแปรสภาพของเวทนาให้เป็นประโยชน์ทางวิปัสสนาได้ ความรู้สึกเฉยๆ […]

?50 ข้อคิด? มุมมองเพื่อความเข้าใจในชีวิต

?50 ข้อคิด? มุมมองเพื่อความเข้าใจในชีวิต 1. เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ 2. คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ 3. คนอกหักไม่อาจตัดความโศกเศร้าได้ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเยียวยาความรู้สึกดังกล่าว 4. ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง 5. ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว 6. ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ 7. ก่อนที่จะว่ากล่าวถึงนิสัยไม่ดีของลูกนั้น ให้มองตัวพ่อแม่เองก่อนด้วยว่า เรามีส่วนผลักดันให้เขาเป็นเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า 8. ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ 9. หากต้องอยู่กับคนที่ไม่เกรงใจกันเลย พูดกับเขาให้น้อยลง เล่นกับเขาให้น้อยลง 10. หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง 11. ถ้าเราปล่อยให้โลก เร่งตัวเรา ควบคุมตัวเรา จนเราขาดอิสระภาพ เราก็จะทุกข์ ถ้าเราจะเร่งโลก ควบคุมโลกให้โลกนี้เป็นไปตามความต้องการของเรา เราก็ทุกข์เช่นกัน 12. ความฉลาดอาจหลอกคนได้ ความจริงใจต่างหากที่จะชนะใจคน 13. […]

ใครกลัวผี ยกมือขึ้น มีวิธีแก้๓วิธี

ใครบ้างที่ไม่เชื่อเรื่องผี ยกมือขึ้น ! ถ้าถามอย่างนี้อาจจะมีคนยกมือกันเยอะแยะ แต่ถ้าถามว่าใคร บ้างที่จะกล้าอาสาไปเดินในป่าช้าคนเดียวตอนดึก ๆ หรืออาสาไปนอนเล่นในห้องดับจิตหรือในโกดังเก็บศพสักคืนหนึ่ง คิดว่าถ้าถามแบบนี้คนที่ยกมือบอกว่าไม่เชื่อเรื่องผีตะกี้นี้คงจะชักมือหดมือลงเป็นแถว ๆ นี้เป็นเพราะสาเหตุใด ตอบได้ง่าย ๆ ก็เป็นเพราะ “กลัวผี ” นั่นเอง ความเชื่อเรื่อง “ผี” เป็นความเชื่อของคนไทยมีมาก่อนที่พุทธศาสนาจะเข้ามาสู่สยามประเทศของเรา เสียอีก เป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมานานนับพันปี ความกลัวผีจึงเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกลงอยู่ในกมลxxxของคนไทย ยากยิ่ง ที่จะถอดถอนความเชื่อนี้ออกไปได้ แม้เราจะชอบอ้างตัวเองว่าอยู่เสมอ ๆ ว่าเป็นคนที่อยู่ยุควิทยาศาสตร์ ก็ตาม ความกลัวผีเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต บางคนกลัวมาก ๆ อาจจะถึงกับช็อคตายไปเลยก็ได้ ถ้าจะให้บอกกับตัวเองว่าเราไม่เชื่อเรื่องผี ก็ไม่ไหว เพราะทั้งที่ปากบอกว่าไม่เชื่อ ๆ แต่ใจมันก็ยังหวาดกลัวอยู่ดี เพราะความคิดนี้มันฝังตัวอยู่ในสัญชาติญาณกลัวตายของเรา พูดง่าย ๆ คือ ตราบใดที่ เรายังกลัวตาย ตราบนั้นเราก็ยังคงต้องกลัวผีอยู่นั่นเอง แล้วทีนี้เราจะทำอย่างไรดี พุทธศาสนาเข้าใจถึงจิตใจของปุถุชนดี ท่านจึงสอนวิธีคิดชนิดที่สามารถไปสลายความกลัวผีให้หมดลงไปได้ คือทำให้ความกลัวผีลดน้อยลงไป หรือ ถึงกับเลิกกลัวผีไปเลยก็ยังได้ โดยไม่ต้องจำเป็นต้อง ไปเลิกเชื่อเรื่องผีแต่อย่างใด ดังจะขอยกวิธีคิด ๓ […]