ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๒๗

พระธรรมเทศนา ณ ครุสติสถาน เย็น ๑๖ ก.ค. ๖๐ โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง ตามรู้ด้วยความแยบคาย ในระหว่างทางมีสิ่งมาทดสอบเยอะแยะมากมายไปหมด แล้วแต่วาสนา ใครทำมาดีก็จะไม่สับสนลังเลมุ่งไปทางเดียว ปัญหาอุปสรรคระหว่างทางเยอะมาก ถ้าหากว่าบุญไม่มาวาสนาไม่ช่วย มันจะต้องมีจุดหักเห ณ จุดใดจุดหนึ่งจนได้ เราต้องอธิษฐานจิตแต่แรก อาตมาตั้งจิตอธิษฐานแต่แรกว่า “ข้าพเจ้าปฏิบัติวิธีนี้จะรู้หรือไม่รู้ไม่เป็นไร แต่ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นมิจฉาทิฏฐิ ขอให้เป็นสัมมาทิฏฐิ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม” แล้วก็มุ่งมั่นว่า ทางไหนที่จะเบี่ยงเบนออกไปจากสัมมาทิฏฐิก็ให้ละ คำนิยามสัมมาทิฏฐิ คือ ๑ ให้รู้ว่าชีวิตนี้เป็นที่ตั้งของทุกข์ ไม่ใช่ที่ตั้งของเรา ๒ ทุกข์ต้องมีเหตุ ไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ ๓ ทุกข์ดับได้ ๔ ให้ค้นหาวิธีดับทุกข์ จับจุดนี้ให้มั่นคงแล้วจะไม่ไขว้เขว ศาสดาอาจารย์ไหนมาอธิบายได้ไพเราะลึกซึ้งอย่างไร ถ้าไม่ลงล็อคสี่ข้อนี้ ก็ยังไม่ใช่ บางท่านอาจจะเป็นแต่อธิบายไม่เป็น ตรงนั้นน่าเชื่อถือมากกว่า ถ้าเป็นจริงจะดูออกว่าเป็น แต่ถ้าอธิบายจนหยดเยิ้มหยดย้อย แต่ไม่เป็นก็จะรู้โดยสามัญสำนึก แม้แต่สุนัข เราจะรู้ว่าตัวไหนมันรักหรือมันชังเรา...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๒๕

พระธรรมเทศนา ณ ครุสติสถาน เช้า ๑๕ ก.ค. ๖๐ โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, Direk Saksith, Deva Nanda เรื่อง สายดินกันกระแสทุกข์

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๑๗

https://web.facebook.com/100007953217249/videos/1927624750845947/ พระธรรมเทศนา ณ วัดดอย (วัดพระธาตุแสงเทียน) เช้า ๑๐ ก.ค. ๖๐ โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง ความสำคัญของการเปลี่ยนอิริยาบถ, เปลี่ยนสังขารเป็นวิสังขาร เราต้องเตรียมตัวไม่ประมาทอยู่เสมอกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เราสามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง เช่น ใช้การเปลี่ยนแปลงของดิน น้ำ ลม ไฟ ให้เป็นกระแสไฟฟ้าได้ ร่างกายสังขารเปลี่ยนแปลงแตกดับตลอดเวลา เราสามารถใชประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เช่นกัน โดยการเปลี่ยนไตรลักษณ์เป็นไตรสิกขา ให้เกิดประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม ตามรัศมีของความสามารถ ความประมาทจะไปซ้ำเติมการเปลี่ยนแปลงของไตรลักษณ์ให้แย่ลงไปอีก พระพุทธเจ้าได้มอบพินัยกรรมชิ้นสุดท้าย เป็นคาถาที่เรานำมาสวดทุกวัน “เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นสังขารธรรม เป็นไตรลักษณ์ มีการเสื่อมสิ้นไปตลอดเวลา หน้าที่ของท่านทั้งหลายคือทำความไม่ประมาทอยู่ตลอดเวลา” เราต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขให้ทันการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คือหน้าที่ของชาวพุทธที่ไม่ประมาท สัตตบุรุษสามารถบริหารเปลี่ยนแปลงการแตกดับของสังขาร ให้มันใช้ประโยชน์ได้ คำว่าใช้ประโยชน์ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะให้มันเที่ยง สุข ไม่แตกดับ แต่บริหารความไม่เที่ยง ความทุกข์ ความแตกดับให้เป็นประโยชน์ เหมือนเราแปลงแสงอาทิตย์เป็นโซล่าร์เซล แปลงกระแสน้ำ กระแสลม มาปั่นไฟ...

การบำบัดทุกข์ด้วยวิชชา-อวิชชา

การบำบัดทุกข์ด้วยวิชชา-อวิชชา วิชชาหรือความรู้สึกตัว ตรงข้ามกับอวิชชาคือความไม่รู้สึกตัว หรือเราอาจจะเรียกชื่อใหม่แบบเข้าใจกันง่ายๆว่า ตัวรู้ (วิชชา คือผลรวมของ สติ สมาธิ ปัญญา) และตัวหลง (อวิชชา คือผลรวมของ ตัณหา อุปาทาน กรรม)   เมื่อรู้สึกตัวอยู่ สติ สมาธิ ปัญญา เบื้องต้นก็ปรากฏตัวโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องไปรู้จักหรือนึกถึงเรื่องของสติ สมาธิ ปัญญาตามตำราแม้แต่นิดเดียว และตรงกันข้าม เมื่อใดเราลืมตัว ตัวหลง (อวิชชาก็ปรากฏ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ก็เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมัน   ตอนแรกตัวรู้หรือวิชชาของเรายังไม่มีกำลังเข้มแข็งพอ เราต้องอาศัยศรัทธาและความพียร เจริญตัวรู้ให้มีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ คือทำบ่อยๆ และทำอย่างเข้าใจ ตัวรู้ก็เริ่มมีความเข้มแข็ง มีความแหลมคม ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นตามลำดับ   เราจะเริ่มรู้และเข้าใจความรู้สึกทางกายได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เราจะเริ่มเข้าใจว่า อะไรเป็นความรู้สึกทางกาย อะไรเป็นทางจิต และรู้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า...