รวมคำถาม ตั้งแต่ มิย. ๕๙

ธาตุลมไม่ได้มีแต่ที่จมูก โยม: บ่อยครั้งที่จิตมารู้ ลมละเอียดที่จมูกค่ะ และบ่อยครั้ง ที่มีอาการ ขนลุกซู่ๆ   หลวงพ่อ: ทำไมไม่ทำให้มันรู้ทุกครั้งล่ะ   โยม: มันไม่ได้ต่อเนื่อง จะรู้ตัวที่อื่นๆ และมาที่ลมบ้างค่ะ   หลวงพ่อ: เพราะมันไม่รู้ทุกครั้ง ถึงเป็นอย่างนั้น   เธอคิดว่าการเคลื่อนไหวของกาย ส่วนไหนบ้าง ที่ไม่ได้เกิดจากลม?   โยม: ทุกการเคลื่อนไหว เกิดจากลมใช่ไหมคะ?   หลวงพ่อ: การรู้การเคลื่อนไหวกาย ทั้งหมดนั้นแหละ คือการรู้ธาตุลมทั้งหมด   มิใช่รู้เพียงลมหายใจอย่างเดียว โยมต้องแยบคายกว่านี้   รู้ลมหายใจอย่างเดียว มันถึงเป็นอารมณ์สมถะ ปีติมันถึงเกิดบ่อยไง เข้าใจแล้ว เปลี่ยนซะ   โยม: โยมเคลื่อนไหวน้อยใช่ไหมคะ หลวงพ่อ: เคลื่อนไหวมาก แต่ตามรู้ได้น้อยไปเท่านั้น สะเก็ดไฟตกใส่น้ำ ปุจฉา:...

พระธรรมเทศนา ณ เบิกฟ้าธรรมาศรม สุพรรณบุรี

ปฏิบัติถูกเป็นอย่างไร? ถามเจ้าค่ะ: คนเจริญสติถูกต้องดีแล้ว ควรมองโลกภายนอก ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเราแต่ละวันอย่างไร? ตอบ: ถ้าเราปฏิบัติถูกต้อง และไปนานเข้า จะทำให้เราเข้าใจโลกตามความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ และจิตใจของเรา จะอ่อนโยน เกิดความเมตตากรุณามากขึ้น จะให้อภัยกับคนที่คิดเห็นต่างจากเราได้มากขึ้น เห็นอกเห็นใจคนผิดพลาดมากขึ้น จะเกิดสติปัญญาอย่างแหลมคม คิดช่วยเหลือและ แก้ไขเขาทั้งตรงและทางอ้อม ไม่นิ่งดูดายในความผิดพลาดแม้เล็กน้อย ถ้าสิ่งนั้นจะนำไปสู่ความเสียแก่สังคมส่วนกว้าง และส่วนตัวจะมีความใคร่ครวญก่อนพูด ก่อนทำ ก่อนคิดเสมอ นั้นคือเป็นผลของการปฏิบัติโดยแท้ จะทำอะไรตามอารมณ์อยาก ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ พระพุทธยานันทภิกขุ ……………………… VDO เรื่องเจริญแบบเคลื่อนไหว แสดงไว้ที่เบิกฟ้าธรรมาศรม สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ ๒๑ – ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท อบรมเจริญสติแก่คณะครูอาจารย์โรงเรียนรุ่งอรุณ อาศรมศิลป์ และโรงเรียนอนุบาลพลอยภูมิ

เทียนธรรมรำลึก ณ สวนโมกข์ ๑๒-๑๓ ก.ย. ๕๘

ขั้นตอนการเก็บอารมณ์ ปุจฉา: พระอาจารย์เจ้าคะ การเก็บอารมณ์เข้มที่วัดนี่ มีขั้นตอนอย่างไรคะท่าน ขอโปรดเมตตาชี้แจง เมื่อท่านมีโอกาสด้วยค่ะ วิสัชชนา: ตอนนี้กำลังจัดเก็บอารมณ์เข้ม ที่วัดอยู่พอดี อาจจะต้องมี กฎ ๑๐ ข้อในการเก็บอารมณ์ 1. เข้าใจก่อนว่า เก็บอารมณ์ไปเพื่ออะไร ตอบว่า เพื่อพัฒนากำลังของสติ สมาธิ สัมปชัญญะ หรือความตั้งใจตามดู ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ให้เข้มแข็ง ต่อเนื่อง เพราะธรรมสามประการนี้เป็นเหตุให้เกิด สัมมาปัญญา ได้ง่าย สัมมาปัญญา คือตัวรู้ที่มารู้เท่าทัน ความคิด ได้ทันเหตุการณ์ คือความคิดเกิดแล้ว รู้ทันที มิใช่ว่า ความคิดปรุงแต่ง เกิดตั้งนานแล้ว พึ่งรู้ตัว นี่เรียกว่า ไม่ร้เท่าทัน มิใช่สัมมาปัญญา 2. ต้องมีเวลาให้กับเรื่องนี้ชัดเจน ต้องการกี่วัน หรือกี่ชั่วโมง เพื่อจะได้ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นมายุ่งด้วย ลงมือตามดูกายใจให้ต่อเนื่องอย่างเดียว ไม่จำเป็น ไม่พูดไม่คุย...

วัดดอย ๑๕-๒๒ พ.ย. ๕๘ (ขุดใจหานิพพาน)

จิตตื่นรู้เป็นอย่างไร? ปุจฉา: หลวงพ่อคะอาการตื่นรู้ของจิต เป็นอย่างไรเจ้าคะ วิส้ชนา: อาการตื่นรู้ของจิต คือการรับรู้ทุกอย่าง ที่เข้ามากระทบ   จะรู้สึกเท่าทัน ผ่อนคลายและปล่อยวาง โดยตัวของมันเอง   เหมือนหยดน้ำ ตกลงบนใบบัวฉันนั้น   มันดูนุ่มนวลและอ่อนโยน แต่มิใช่อ่อนแอหรือหวั่นไหว พระพุทธยานันทภิกขุ คลิปบรรยายธรรม คอร์สปฏิบัติที่วัดดอย ๑๕-๒๒ พ.ย. ๕๘

คลิปบรรยาย slide show with Dhamma talk

แช่แบบไม่รู้ ปุจฉา:   กราบนมัสการเจ้าค่ะ หนูขอเรียนถามถึงวิธีการแก้อารมณ์ ให้ผู้ปฏิบัติที่ติดอารมณ์ค่ะ   ถ้าเกิดคนคนนั้น แช่อยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งนาน ๆ จนเกิดความท้อแท้สิ้นหวัง ในการปฏิบัติ เราจะมีวิธีช่วยเขายังไงคะ   วิสัชชนา:   แก้ไขด้วยการทำความเข้าใจ ในการปฏิบัติให้ถูกต้องเสียก่อน ค่อยลงมือปฏิบัติ   ถ้าเขาเข้าใจผิด มันก็แก้ปัญหาการปฏิบัติไม่เป็น การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว เราสอนให้แก้ปัญหา มิใช่ก่อปัญหา   คือไม่ให้แช่อยู่กับเวทนาต่างๆ ไม่ว่าสุข หรือทุกข์ ต้องบำบัดแก้ไขให้หมดไป   ถ้าทนไม่ได้ ต้องแก้สถานเดียว คือห้ามแช่แบบไม่รู้ ถ้าเจตนาจะแช่ มันไม่มีปัญหา   แต่ที่เป็นปัญหา เพราะแช่แล้วไม่รู้ ก็ให้กล้บมารู้สึกด้วยตัวสติสัมปชัญญะ เท่านี้ก็จบ พระพุทธยานันทภิกขุ

น้ำตาแห่งปีติ

ลาก่อน ภวาสวะ ปุจฉา; กราบนมัสการหลวงพ่อเจ้าค่ะ ช่วงนี้ภาวนาพออาการหนัก เบา ตามร่างกายชัด จิตมันพิจารณาเห็นถึงกายไม่มี มีแต่การรู้ว่ามันเคลื่ิอน มันหยุด   มันเหมือนมันกลัวว่าจะสูญเสียกายไป เสียความเป็นเราไป เป็นอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเจ้าค่ะ   เป็นจนกระทั่งบอกได้เลยว่า จะมาแนวเดิม ถึงตัวที่ร้องไห้เจ้าค่ะ   วันนี้ขี่จักรยานกลับบ้าน มันรู้สึกถึงความหนัก ปวด เมื่อย เป็นแห่งๆ แต่เหมือนไม่มีร่างกายเจ้าค่ะ   เห็นแต่ก้อนความหนักๆ หน่วงๆ เมื่อยๆ เหมือนสัญญาที่มันจำไว้ว่า ร่างกายเรามันไม่มี มันจึงไม่ไปรวมกับเวทนาทางกายเจ้าค่ะ ความปรุงแต่งจึงไม่เกิด ทุกข์เลยเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมีแต่ความรู้สึกล้วนๆ   ขอความเมตตาช่วยแนะนำ สั่งสอนลูกด้วย เจ้าค่ะ วิสัชชนา; เคยบอกมาก่อนแล้วว่า การร้องให้เกิดจาก การได้อารมณ์ปีติระดับหนึ่ง   มันจะเป็นสำหรับ คนที่เคยทำสมถะมานาน เรียกว่า ภวาสวะ  ...

หลับตาติดสุข

ปุจฉา: นมัสการเจ้าค่ะ โยมมีปัญหา ชอบปฏิบัติแบบนั่งหลับตา พอดีเลย เวลานั่งขยับมือไปนานๆ รู้สึกอยากหลับตา พอหลับตา ปรากฏว่า รูปที่กำลังขยับ มันชัดเด่นขึ้นมามากเลยเจ้าค่ะ แล้วมันรู้สึกดีมาก ไม่อยากลืมตาเลย ต้องแก้ไขอย่างไรเจ้าคะ วิสัชชนา: การนั่งสมาธิหลับตา ก็ไม่มีอะไรผิด แต่มันเสี่ยงต่อการ ติดใจสุขในสมาธิเท่านั้นเอง   ถ้าติดสุขในสมาธิแล้ว สติปัญญามันเจริญช้า หรือสติปัญญาชนิดที่ฆ่ากิเลสได้ มันอ่อนลง และเติบโตช้าไม่ทันการณ์   เหมือนการปลูกต้นพริก ต้นมะเขือหรือผลไม้ชนิดอื่นๆ ไวัในที่ร่ม หรือใต้ต้นไม่ใหญ่ มันไม่แตกดอกออกลูก ให้เท่านั้นเอง ฉันใด   อุปมาการเจริญสมถะภาวนาก็ฉันนั้น หรือเหมือนคนติดสุข จะเป็นคนอ่อนแอ หนักไม่เอาเบาไม่สู้ พระพุทธยานันทภิกขุ

แล้วแต่จะเลือกทางเดินของตัวเอง

ศรัทธาต้องเต็มร้อย จึงจะได้ผลที่ถูกต้อง ปุจฉา; กราบเรียนนมัสการเจ้าค่ะ ปัจจุบันมีการเผยแพร่ ธรรมะในรูปแบบต่างๆ ซึ่งแปรเปลี่ยนไปจากที่ครูบาอาจารย์สอน หากเป็นเช่นนี้จะส่งผล อย่างไรเจ้าคะ? วิสัชชนา; ในการเจริญสติ สมาธิ ปัญญา “ศรัทธาต้องเต็มร้อย จึงเกิดผลที่ถูกต้อง”   บางคนปฏิบัติธรรมมานาน 20-30ปี แต่มีความขัดแย้งแตกแยกจากรูปแบบ ที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนและชี้แนะ   ทั้งๆ ที่เราได้ประโยชน์ และอานิสงส์จากรูปแบบนี้ เพราะเขาเห็นรูปแบบอย่างอื่น ที่มีสีสัน จึงไปหลงว่าดีกว่า จึงมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไป   ซึ่งเป็นผลของการที่ไม่เคารพ ครูบาอาจารย์อย่างจริงใจ พร้อมที่จะเปลี่ยนใจไปทางอื่น จึงส่งผลออกมาเป็นความขัดแย้ง เป็นความไม่ลงตัว   ในการปฏิบัติธรรม ไม่สามารถวัดผลความถูกต้อง ในระยะเวลาแค่ 1 ปีหรือ 2 ปี แต่ต้องวัดผลกันในระยะยาว 30-50ปี   ซึ่งแน่นอนว่าการภาวนา 1-2 ปีและ 30-50ปีนั้น ย่อมแสดงผลออกมาแตกต่างกัน...

เทคนิคใหม่ในการเพิ่มกำลังสติ

ประเด็นรายงานผลการปฏิบัติ หลวงพ่อครับ ขอรายงานอารมณ์ หลังจากไปเข้าคอร์สกับหลวงพ่อแล้ว ทำให้เข้าใจวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องมากขึ้นครับ เข้าใจเรื่องโยนิโส การปรับการปฏิบัติให้มีความเป็นกลางมากขึ้นในทุกๆด้าน ความอยากบรรลุธรรมลดลงไปมาก เหลือแต่ความพอใจในการปฏิบัติ เบากายเบาใจง่ายขึ้น ความรู้สึกไม่ตึง ปล่อยวางเรื่องที่ไม่เคยวางได้ ความโกรธน้อยลงไปมาก แค่ขุ่นใจก็เห็นแล้ว เข้าใจว่าทำไมคนนั้นเป็นอย่างนั้นคนนี้เป็นอย่างนี้โดยที่ใจรู้สึกเฉยๆ ในรูปแบบทำก่อนนอนประมาณหนึ่งชั่วโมง และ ตอนเช้าอีกสองชั่วโมง ตอนขับรถไปทำงานและระหว่างทำงานก็ใช้อานาปา หลังจากที่สติชัดเจนขึ้นแล้ว ผมใช้ลมหายในการระลึกรู้สติ ซึ่งทำได้ง่ายขึ้นและเป็นอัตโนมัติได้ง่าย ซึ่งเมื่อก่อนสติยังไม่ชัด ทำอย่างไรก็ไม่สามารระลึกได้อัตโนมัติ สามารถแก้อารมณ์ที่เป็นสุขได้แล้ว โดยการปรับการระลึกรู้ลมหายใจให้เป็นธรรมชาติคือ ถ้ารู้ตามลม ความสุขจะเกิด ถ้ารู้พอดีกับลม ความสุขจะเบาบางลง ถ้ารู้ก่อนหรือไปดักรู้ ความรู้สึกจะตึงท้องจะแข้ง ไม่ทราบว่าที่ผมใช้ลมหายใจแบบนี้ถูกต้องไหมครับ ขอหลวงพ่อแนะนำด้วยครับ   ตอบประเด็นรายงานผลปฏิบัติของคุณกฤษติน เจริญพรคุณกฤษติน รู้สึกชื่นใจ กับการรายงานความหน้าการปฏิบัติของคุณ หลังจากที่คุณเข้าร่วมรีทรีทกับหลวงพ่อมี่อาศรมมาตาครั้งนั้น จนถึงตอนนี้ คุณก็ยังทำการบ้านตามรูแปแบบทุกเช้าเย็น และมีการประเมินตนเอง ทุกๆ ขณะของการปฏิบัติงาน ทั้งในและนอกรูปแบบ ถือว่าเป็นการเจริญ โยนิโสมนสิการ ได้อย่างต่อเนื่อง...

เจริญสติแบบไฮเทค

เจริญสติแบบไฮเทค   ถาม: เราต้องเจริญ สติ สมาธิ ปัญญาพร้อมๆ กันเลย อันนี้โยมเข้าใจถูกต้องรึเปล่า เจ้าคะ? ตอบ: การเจริญสติที่ถูกต้อง ต้องประกอบด้วยสมาธิและปัญญาเสมอ เพราะมันจะช่วยควบคุมความอยาก ไม่ให้ลุกลามตามอำนาจของกิเลสตัณหา จะว่าไปแล้ว ความอยากตามสัญชาตญาณ มันปรากฏแทบตลอดเวลาเลยทีเดียว ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ดังนั้น ทุกข์จึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อเผลอคล้อยตามความอยากไป แม้เพียงเวลาสั้นๆ ก็ตาม ฉะนั้น พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “สติ สัพพัตถะ ปัจจะยา” สติเป็นสิ่งจำเป็นต้องมีตลอดเวลา ถ้าไม่อยากทุกข์มากกว่านี้ ต้องพยายามเจริญสติกันให้ตลอดเวลาเลยทีเดียว คนไม่รู้วิธีเจริญสัมมาสติ ต้องทุกข์อย่างแน่นอน การทำงานของสัมมาสติ เสมือนการทำงานของเครื่องยนต์ ที่จัดตั้งระบบหรือ reset ไว้ลงตัวแล้ว ทำงานได้ถูกต้องแม่นยำรวดเร็วมาก เรียก Psychotexnology หรือไซโคเทคโนโลยีทางจิตเลยทีเดียว   จิตเหมือนจาน ใช้แล้วต้องล้างให้สะอาด   ถาม:   กระผมมีความรู้สึกและเข้าใจอย่างนี้ครับ...