ปฐมาจารย์เซนแห่งประเทศสยาม ตอนที่ ๕

ตาในเกิดขึ้นได้อย่างไร เราจะทำให้ตาในสว่างไสวตลอดเวลาได้อย่างไร สมัยที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรม แก่ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า ซึ่งเป็นพระธรรมเทศนากัณฑ์แรก ของพระพุทธองค์ ที่เรียกว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พอพระองค์เทศน์จบ พระอัญญาโกณฑัญญะ ผู้มีอาวุโสสูงรองจากพระองค์ เมื่อได้ฟังธรรมจบแล้วก็ได้ดวงตาใน โดยได้เปล่งอุทานขึ้นในขณะนั้นว่า “ยังกิญจิ สะมุทะยะธัมมัง สัพพันตัง นิโรธะธัมมันติ” ที่แปลว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดก็ย่อมมีการดับสลายไปเป็นธรรมดา” เพราะเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุให้เกิด เมื่อหมดเหตุก็จบ นี่เรียกว่า มีดวงตาเห็นธรรม เมื่อใดที่พระองค์แสดงธรรมจบลง ใครคนใดคนหนึ่งเข้าใจธรรม ในสิ่งที่พระองค์แสดงอย่างแจ่มแจ้ง พระองค์ก็องค์ก็จะเรียกคนๆ นั้นว่า ได้ธรรมจักษุ หมายความว่า ได้ดวงตาเห็นธรรม นิพพานไม่มีการเกิด จึงไม่มีการดับ พระพุทธองค์จึงทรงให้นาม แก่ท่านใหม่ว่า พระอัญญาโกณฑัญญะ   แปลว่า โกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม แล้วนั้นเอง คือรู้ว่าไม่มีสิ่งใดที่เกิดแล้วไม่ดับ   หรือไม่มีใครที่เกิดแล้ว ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย   รูปธรรม...

ปฐมาจารย์เซนแห่งประเทศสยาม ตอนที่ ๔

อินทรีย์ห้า พละห้า เป็นกองหนุนที่เป็นกำลังหลัก การปฏิบัติในวิธีการแบบเคลื่อนไหวนี้ ต้องเน้นที่อินทรีย์ห้า พละห้าเป็นกำลังหลัก คือ ความจริงจัง ตั้งใจ จดจ่อ ต่อเนื่อง และถูกต้อง ไม่ใช่เน้นที่ทำได้ดี หรือทำได้มาก หรือทำได้นาน แต่ถ้าปฏิบัติถูกต้องตามวิธีการแล้ว น้อยก็ดี มากก็ได้ ช้าก็ได้ เร็วก็ได้ หลับตาก็ดี ลืมตาก็ได้ แต่ถ้าไม่ถูกต้อง มากก็ไม่ดี น้อยก็ไม่ดี จะช้าหรือเร็วใช้ไม่ได้ เพราะตั้งใจไม่ถูก ทำอย่างไรก็ไม่ถูก ฉะนั้น เน้นที่ความถูกต้อง เป็นข้อสุดท้ายของอินทรีย์ห้าและพละห้า ผู้เขียนก็เลยตั้งสโลแกน ให้จำอินทรีย์ห้าและพละห้ากันง่ายๆ ไว้ว่า ศรัทธาคือจริงจัง วิริยะคือตั้งใจทำ สติต้องจดจ่อ สมาธิต้องต่อเนื่อง และปัญญาคือถูกต้อง ต่อเนื่องทั้งในและนอกรูปแบบ อินทรีย์ห้าตามหลักมหาสติปัฏฐานสูตร แบบหลวงพ่อเทียน เน้นความสำคัญของความต่อเนื่อง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงต้องนั่งสร้างจังหวะ หรือเดินจงกรมต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน   คำว่า “ต่อเนื่อง” ในทีนี้หมายความว่า...

ปฐมาจารย์เซนแห่งประเทศสยาม ตอนที่ ๓

อนุปัสสนาหรือพิจารณากันแน่? นักปฏิบัติต้องทำความเข้าใจตรงนี้ให้ชัดเจนก่อน ตามหลักสติปัฏฐานสูตร ท่านก็บอกให้เจริญกายานุปัสสนา เวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนา คือ ให้เฝ้าดูหรือตามดูกาย เฝ้าดูเวทนา เฝ้าดูจิต เฝ้าดูอารมณ์ ตามดูหรือเฝ้าดู มิใช่พิจารณาดูหรือคิดดู ว่ากันตามหลักสูตรทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าท่านว่าไว้ เดี๋ยวจะว่าทิ้งหลักของพระพุทธเจ้า ตามดูกายส่วนไหนบ้าง ท่านกำหนดให้ตามดูทั้งหกส่วน แต่ก็ดูแบบรวมๆ มิใช่แยกส่วนดู แต่ตามหลักทฤษฎีท่านก็ต้องเขียนไว้แบบนี้ 1.ให้ตามดูลมหายใจ 2.ให้ตามดูอิริยาบถ 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน 3.ให้ตามดูการเคลื่อนไหวส่วนย่อยทุกส่วนของกายคือ คู้ เหยียด เคลื่อนไหว สร้างจังหวะ เดินจงกรม เหลียวซ้ายและขวา เป็นต้น 4.ให้ตามดูธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ 5.ให้ตามดูอาการ 32 ในตัวของเรา 6.ให้ตามดูอสุภะ ความสกปรกของร่างกายเรา วิธีตามดูกายานุปัสสนา...