ถอดธรรมบรรยายจากคลิป “ศีลเพื่อการจัดระเบียบชีวิต” ณ ครุสติสถาน ๑๒ ส.ค.๖๐

พระธรรมเทศนาเรื่อง “ศีลเพื่อการจัดระเบียบชีวิต” โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (พระพุทธยานันทภิกขุ) ณ ครุสติสถาน ๑๒ ส.ค.๖๐  

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ๔๖ ณ ยุวพุทธิกสมาคม ๒-๘ ส.ค. ๖๐

พระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ณ ยุวพุทธิกสมาคม ๒-๘ ส.ค. ๖๐ การปฏิบัติเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าไม่เข้าใจจะกลายเป็นเรื่องยาก จะทำอย่างไรให้เข้าใจ? พระพุทธเจ้าได้ยกเรื่องมรรคแปด เป็นอันดับแรก มรรคแปดเริ่มด้วยสัมมาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐิแปลว่าเข้าใจ ถ้าใครเข้าใจถูกก็จะพ้นจากทุกข์ และปัญหาทั้งปวง ขณะที่ยกมือใครเป็นผู้ยก? ทุกคนตอบว่าเรายก ไม่ใช่รูปยก มันจึงผิดตรงนี้ เพราะเราเป็นผู้ยก มันจึงผิดแต่แรก ที่จริงแล้วไม่มีเรา มีแต่รูปกับนาม ความเป็นเรามาจากความคิด ถ้าไม่มีความคิดก็ไม่มีเรา ทุกคนลองเอามือจับแขนตัวเอง ให้บีบและปล่อย มีสองความรู้สึกคือหนักและเบา ใครเป็นผู้หนักผู้เบา? เราหรือว่ารูปกับนาม? หนักคือเกิด เบาคือความเกิดหายไป ความหนักความเบาเกิดขึ้น ในขณะบีบและปล่อย พอปล่อยวางก็จะเบา ถ้าจะยึดเอามันก็หนัก ในระหว่างปฏิบัติ ความรู้สึกหนักเบาปรากฏในกายใจตลอดเวลา การที่จะเข้าใจรูปนามเบื้องต้น ให้เห็นอาการเหล่านี้ให้ได้ก่อน ระหว่างความรู้สึกหนักเบาเป็นอะไร? เป็นความรู้สึก? หรือเป็นเรา? หรือเป็นความคิด? เฝ้าดูความรู้สึก ร้อน หนาว สบาย...

ปรมัตถสภาวะขั้นสูง

พระพุทธเจ้าตรัสรู้เมื่อยามสาม แต่หลวงพ่อเทียนท่านไม่ได้รู้เรื่องปริยัติมาก่อน การเข้าถึงญาณสามนั้น โดยประสบการณ์ของท่านเอง แต่ไปตรงกับพระพุทธเจ้า เมื่อนำมาอ้างถึงญาณทั้งสามคือ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ จุตูปปาตญาณ และ อาสวักขยญาณ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือญาณที่รู้ความคิดและอารมณ์ที่มีมาก่อน มันเกิดไปแล้ว เป็นอดีตไปแล้ว ถึงได้รู้ว่ามันมี คำว่าบุพเพแปลว่าอดีต เช่น ความคิดเกิดขึ้น ก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องเป็นราวไปแล้ว ไม่รู้มันมาจากไหน พอมาปฏิบัติ ท่านมาดูกายดูใจ มาเจริญสติ ไปเริ่มเห็นความคิด แต่ก่อนหน้านี้ไม่เห็น มีแต่เข้าไปในความคิด เวลามันคิดอะไรก็เข้าไปเป็นเรื่องนั้น แต่พอท่านเกิดญาณตัวนี้ ท่านเห็นความคิดมันเกิดขึ้นเป็นเรื่องๆ ท่านก็เลยตามเข้าไปดูร้อยครั้งพันหน พอคิดแล้วไม่ทันก็ตั้งใจดูใหม่ พอคิดก็ตั้งใจดู ขยับเข้าไปๆ ดูใกล้ต้นตอ “จนที่สุดเข้าไปเห็นความคิดเกิดจากการกระทบ ของอายตนะภายนอกและอายตนะภายใน เมื่อกระทบกันแล้วมันมีการเกิดขึ้นและดับลง” เหมือนกับเราตีระฆัง ระฆังมีอยู่ ถ้าไม่มีการกระทบเสียงระฆังเกิดไม่ได้ พอกระทบเกิดเสียงขึ้น และมีการดับไปของเสียงนั้น ตอนแรกรู้ ได้ยินแต่เสียง แต่ไม่รู้เสียงเกิดจากอะไร ก็ตามเสียงนั้นไปมันเกิดหลายครั้ง.. อ้อ..มันเกิดจาการตีระฆังนั่นเอง ในทำนองเดียวกัน ตอนแรกเห็น...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๔๓

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ ๔๓ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เช้า ๓๑ ก.ค.๖๐) แสดงธรรมโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง รูปนามไม่ก้าวหน้าเพราะรู้เวทนาไม่ต่อเนื่อง เวทนามีความสำคัญในการปฏิบัติ เพราะเป็นตัวสะท้อนอารมณ์ โดยเฉพาะเรื่องรูปนาม ถ้ารูปนามไม่เข้มแข็ง ยังแยกเวทนากายเวทนาจิตออกจากกันไม่ได้ เช่น ยุงมาเกาะ โดยสัญชาตญาณทำให้เกิดความกลัว ทั้งๆ ที่จิตยังไม่ได้คิด เรียกว่าอาสวะ มือไปตามสัญชาตญาณ สติยังไม่ทันพิจารณา มือก็ไปก่อนแล้ว สิ่งเหล่านี้เล็กน้อยแต่ละเอียดอ่อน ถ้าเราไม่เริ่มศึกษาจากจุดนี้ ตัวตามรู้เวทนาก็ไม่ละเอียด แยกเวทนากายและเวทนาจิตไม่ชัดเจน อารมณ์รูปนามและอารมณ์ปรมัตถ์ก็จะไม่ชัด ในช่วงอารมณ์รูปนามตอนแรก เพียงแต่เห็นอารมณ์ความรู้สึกทางกายชัด พอที่จะดึงจิตอยู่ได้เท่านั้นเอง หรือพอที่จะเห็นความรู้สึกตัว ที่เกิดจากเวทนาได้บ้าง แต่อารมณ์รูปนามยังไม่ชัด เวทนาทางกายต่อด้วยสัญญา ความจำหมายว่าอันนี้ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เคร่ง ตึง แล้วเราก็ไปรู้สึก จำ หมาย รู้...

ถอดธรรมบรรยาย “สติสัมโพชฌงค์ต่างจากสติปัฏฐาน”

พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท คอร์สโพธิปัญญา 11-17 มีนาคม 2559 ณ ครุสติสถาน ความรู้สึกตัวที่พัฒนาจากสติปัฏฐาน มาเป็นสติสัมโพชฌงค์ สติปัฏฐานมีสี่ พิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม แต่พอมาเป็นสัมโพชฌงค์มีเจ็ด สติในสัมโพชฌงค์ เป็นองค์ของวิปัสสนาโดยตรง แต่สติในสติปัฏฐาน เป็นทั้งสมถะและวิปัสสนา มาถึงจุดนี้ก็อยากให้เราจับประเด็น ในเรื่องของวิปัสสนาให้ได้ เพราะถึงแม้ว่าเราจะทำปนกันมา ระหว่างสมถะและวิปัสสนา แต่องค์ที่จะยกไปสู่ตัววิปัสสนาโดยตรงได้ คือสติที่เข้าไปพิจารณา ภาวะตื่นรู้ของจิตโดยเฉพาะ การพิจารณาการตื่นรู้ของกาย คือเวทนาต่างๆ มีเย็น ร้อน อ่อน แข็ง เคร่ง ตึง เป็นสติปัฏฐาน แต่พอไปพิจารณาเห็นการตื่นรู้ของจิต เป็นสติในสัมโพชฌงค์ สติปัฏฐานใช้คำว่า อนุปัสสนา คือการตามรู้ ตามดู ตามเห็น เรื่องภายในกายทั้งหมด เป็นทั้งสมถะและวิปัสสนา แต่พอมาสัมโพชฌงค์ ให้ไปพิจารณาการตื่นรู้ของจิต การตื่นรู้ของจิต พิจารณาอยู่สองเรื่อง...

พระธรรมเทศนา กำเนิดของญาณที่รู้การเกิดดับ

พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ๕๒

พระธรรมเทศนาคอร์ส “การศึกษาไตรลักษณ์ เพื่อเปลี่ยนเป็นไตรสิกขา”  ณ ยุวพุุทธิกสมาคมฯ ปทุมธานี วันที่ ๒-๘ สิงหาคม ๒๕๖๐ โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๕๒ เย็นวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ คลิปนวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว๕๒ (เย็น ๕ ส.ค. ๖๐) ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ (ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) วันที่ ๒ – ๘ สิงหาคม โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท นักวิทยาศาสตร์ค้นพบรูปธรรม แต่พระพุทธเจ้าค้นพบทั้งรูปธรรมและนามธรรม ที่เราปฏิบัติกันอยู่นี้เป็นเรื่องทันสมัย เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ โลกยิ่งเจริญมากเท่าใด...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๓๐

พระธรรมเทศนา ณ ครุสติสถาน เช้า ๑๘ ก.ค. ๖๐ โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง สอบอารมณ์ ไตรลักษณ์และไตรสิกขาเป็นธรรมชุดเดียวกัน เหมือนสวิตช์ไฟ เราจะเปิดให้สว่างหรือปิดให้มืดก็ได้ ทุกสิ่งเป็นอันเดียวกัน ขึ้นอยู่กับเราต้องการใช้หรือไม่ใช้ บางครั้งเราต้องการมืด บางครั้งเราต้องการสว่าง ถ้าเราควบคุมความมืดความสว่างได้ตามต้องการ เรียกว่ารู้ปรมัตถ์ คือใช้สมมติได้ตามต้องการ ถ้ารู้แต่สมมติไม่รู้ปรมัตถ์มันจะยุ่งไปหมด เช่น เราจำเป็นต้องกลับบ้านวันที่ห้า พอไม่ได้กลับ เรารู้สึกขึ้นมาได้ว่า วันที่ห้าหรือวันที่เจ็ดก็เป็นเพียงสมมติ เรียกว่ารู้ปรมัตถ์ ถ้ารู้แต่สมมติไม่รู้ปรมัตถ์ จะคิดปรุงแต่งยาวไปเลย เราใช้สมมติปรมัตถ์เป็น เหมือนเราเปิดปิดไฟฟ้าได้ตามต้องการ เรารู้ปรมัตถ์เพื่อที่จะใช้สมมติให้เป็น สมมติมีเป็นแสนเป็นล้าน แต่ปรมัตถ์มีเหตุหนึ่งก็มีอันหนึ่ง สมมติว่าการคว่ำมือเป็นสมมติ การหงายมือเป็นปรมัตถ์ คว่ำกับหงายก็เป็นอันเดียวกัน แต่เวลาใช้งาน แล้วแต่เหตุปัจจัย ว่าจะให้เราใช้อะไร บางครั้งเราต้องการใช้สุข บางครั้งเราต้องการใช้ทุกข์ เช่น เราต้องใช้ทุกข์ในการทำงานเพื่อให้มีอยู่มีกิน ทุกข์เปรียบเสมือนคว่ำ ไม่ทุกข์เปรียบเสมือนหงาย สุขเปรียบเสมือนคว่ำ...

รวมคลิปจากเฟซ ๔ (นวัตกรรมแห่งสติ ๔๕-๕๒) ณ ยุวพุทธฯ ๒-๘ ส.ค. ๖๐

พระธรรมเทศนา ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ (ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) วันที่ ๒ – ๘ สิงหาคม โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda ธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว๔๕-๕๒ (จากเฟซ หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท)  ………………………………………………….. คลิปนวัตกรรมแห่งสติ ๔๕  เช้า ๒ ส.ค. ๖๐  https://web.facebook.com/groups/979943755384622/search/?query=%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%94%E0%B9%95 …………………………………………………… คลิปนวัตกรรมแห่งสติ ๔๖  เย็น ๒ ส.ค. ๖๐  goo.gl/r18fj8 …………………………………………………… คลิปนวัตกรรมแห่งสติ ๔๗  เช้า ๓ ส.ค. ๖๐...