ปรมัตถสภาวะขั้นสูง

พระพุทธเจ้าตรัสรู้เมื่อยามสาม แต่หลวงพ่อเทียนท่านไม่ได้รู้เรื่องปริยัติมาก่อน การเข้าถึงญาณสามนั้น โดยประสบการณ์ของท่านเอง แต่ไปตรงกับพระพุทธเจ้า เมื่อนำมาอ้างถึงญาณทั้งสามคือ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ จุตูปปาตญาณ และ อาสวักขยญาณ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือญาณที่รู้ความคิดและอารมณ์ที่มีมาก่อน มันเกิดไปแล้ว เป็นอดีตไปแล้ว ถึงได้รู้ว่ามันมี คำว่าบุพเพแปลว่าอดีต เช่น ความคิดเกิดขึ้น ก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องเป็นราวไปแล้ว ไม่รู้มันมาจากไหน พอมาปฏิบัติ ท่านมาดูกายดูใจ มาเจริญสติ ไปเริ่มเห็นความคิด แต่ก่อนหน้านี้ไม่เห็น มีแต่เข้าไปในความคิด เวลามันคิดอะไรก็เข้าไปเป็นเรื่องนั้น แต่พอท่านเกิดญาณตัวนี้ ท่านเห็นความคิดมันเกิดขึ้นเป็นเรื่องๆ ท่านก็เลยตามเข้าไปดูร้อยครั้งพันหน พอคิดแล้วไม่ทันก็ตั้งใจดูใหม่ พอคิดก็ตั้งใจดู ขยับเข้าไปๆ ดูใกล้ต้นตอ “จนที่สุดเข้าไปเห็นความคิดเกิดจากการกระทบ ของอายตนะภายนอกและอายตนะภายใน เมื่อกระทบกันแล้วมันมีการเกิดขึ้นและดับลง” เหมือนกับเราตีระฆัง ระฆังมีอยู่ ถ้าไม่มีการกระทบเสียงระฆังเกิดไม่ได้ พอกระทบเกิดเสียงขึ้น และมีการดับไปของเสียงนั้น ตอนแรกรู้ ได้ยินแต่เสียง แต่ไม่รู้เสียงเกิดจากอะไร ก็ตามเสียงนั้นไปมันเกิดหลายครั้ง.. อ้อ..มันเกิดจาการตีระฆังนั่นเอง ในทำนองเดียวกัน ตอนแรกเห็น...

พระธรรมเทศนา กำเนิดของญาณที่รู้การเกิดดับ

พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ๕๒

พระธรรมเทศนาคอร์ส “การศึกษาไตรลักษณ์ เพื่อเปลี่ยนเป็นไตรสิกขา”  ณ ยุวพุุทธิกสมาคมฯ ปทุมธานี วันที่ ๒-๘ สิงหาคม ๒๕๖๐ โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๕๒ เย็นวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ คลิปนวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว๕๒ (เย็น ๕ ส.ค. ๖๐) ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ (ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) วันที่ ๒ – ๘ สิงหาคม โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท นักวิทยาศาสตร์ค้นพบรูปธรรม แต่พระพุทธเจ้าค้นพบทั้งรูปธรรมและนามธรรม ที่เราปฏิบัติกันอยู่นี้เป็นเรื่องทันสมัย เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ โลกยิ่งเจริญมากเท่าใด...