ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๓๐

พระธรรมเทศนา ณ ครุสติสถาน เช้า ๑๘ ก.ค. ๖๐ โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง สอบอารมณ์ ไตรลักษณ์และไตรสิกขาเป็นธรรมชุดเดียวกัน เหมือนสวิตช์ไฟ เราจะเปิดให้สว่างหรือปิดให้มืดก็ได้ ทุกสิ่งเป็นอันเดียวกัน ขึ้นอยู่กับเราต้องการใช้หรือไม่ใช้ บางครั้งเราต้องการมืด บางครั้งเราต้องการสว่าง ถ้าเราควบคุมความมืดความสว่างได้ตามต้องการ เรียกว่ารู้ปรมัตถ์ คือใช้สมมติได้ตามต้องการ ถ้ารู้แต่สมมติไม่รู้ปรมัตถ์มันจะยุ่งไปหมด เช่น เราจำเป็นต้องกลับบ้านวันที่ห้า พอไม่ได้กลับ เรารู้สึกขึ้นมาได้ว่า วันที่ห้าหรือวันที่เจ็ดก็เป็นเพียงสมมติ เรียกว่ารู้ปรมัตถ์ ถ้ารู้แต่สมมติไม่รู้ปรมัตถ์ จะคิดปรุงแต่งยาวไปเลย เราใช้สมมติปรมัตถ์เป็น เหมือนเราเปิดปิดไฟฟ้าได้ตามต้องการ เรารู้ปรมัตถ์เพื่อที่จะใช้สมมติให้เป็น สมมติมีเป็นแสนเป็นล้าน แต่ปรมัตถ์มีเหตุหนึ่งก็มีอันหนึ่ง สมมติว่าการคว่ำมือเป็นสมมติ การหงายมือเป็นปรมัตถ์ คว่ำกับหงายก็เป็นอันเดียวกัน แต่เวลาใช้งาน แล้วแต่เหตุปัจจัย ว่าจะให้เราใช้อะไร บางครั้งเราต้องการใช้สุข บางครั้งเราต้องการใช้ทุกข์ เช่น เราต้องใช้ทุกข์ในการทำงานเพื่อให้มีอยู่มีกิน ทุกข์เปรียบเสมือนคว่ำ ไม่ทุกข์เปรียบเสมือนหงาย สุขเปรียบเสมือนคว่ำ...