ถอดธรรมบรรยายจากคลิป “นวัตกรรมแห่งสติ๔๗”

ถอดพระธรรมเทศนา นวัตกรรมแห่งสติ๔๗ (เช้า ๓ ส.ค. ๖๐) ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ (ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) วันที่ ๒ – ๘ สิงหาคม โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป “ศีลเพื่อการจัดระเบียบชีวิต” (นวัตกรรมแห่งสติ๕๕) ณ ครุสติสถาน ๑๒ ส.ค.๖๐

พระธรรมเทศนาเรื่อง “ศีลเพื่อการจัดระเบียบชีวิต”  (นวัตกรรมแห่งสติ๕๕) โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท (พระพุทธยานันทภิกขุ) ณ ครุสติสถาน ๑๒ ส.ค.๖๐ การจัดระเบียบสิ่งต่างๆ เพื่อความสะดวกเรียบร้อยในการปฏิบัติ เรียกว่าศีล ศีลภายนอกจะมีได้ต้องมีศีลภายใน ศีลภายในหมายถึงความปกติเรียบร้อย ของความรู้สึก ถ้าเรามีความรู้สึกปกติเรียบร้อยภายใน ภายนอกก็จะเรียบร้อยด้วย ในชีวิตของผู้ศึกษาภาวนาหรือนักปฏิบัติ ต้องมีการสร้างสติสัมปชัญญะให้เข้มแข็งขึ้นมา เรียกว่าความรู้สึกตัว เหมือนเรามีไฟสว่างอยู่รอบตัว ย่อมจะมองเห็นอะไรได้ชัดกว่าคนที่ไม่มี สติสัมปชัญญะ เป็นแสงสว่างประจำกายและใจของมนุษย์ทุกคน ถ้าสติสัมปชัญญะดับ ก็เป็นสติสัมปชัญญะแบบสัญชาตญาณ มองเห็นอะไรได้ไม่ชัดและไม่ไกล ถ้าเราได้ศึกษาเรียนรู้คำสอนของพระพุทธเจ้า เรื่องของความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เรียกว่าสติสัมปชัญญะ คำว่าโพธิปัญญา พุทธะคือกำลังของสติสัมปชัญญะ ความรู้ตัวทั่วพร้อม เป็นคุณสมบัติดั้งเดิมของมนุษย์ ซึ่งมีกำลังอยู่ระดับหนึ่ง พอที่จะดูแลความปลอดภัยของร่างกายนี้ ให้อยู่รอดได้ แต่ไม่สามารถดูแลจิตใจ ให้ปลอดภัยจากภัยภายในได้ จึงมีผู้รู้เกิดขึ้นเพื่อแสวงหาความสมบูรณ์เรื่องนี้ การเกิดเป็นมนุษย์นั้นยาก จึงน่าจะมีความสมบูรณ์และความปลอดภัย ทางด้านร่างกายและจิตใจ ท่านจึงมุ่งพัฒนาสติสัมปชัญญะอีกระดับหนึ่ง การสร้างระบบตื่นตัวเป็นหน้าที่ของผู้รู้ อย่างพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก และพระอาริยะบุคคลทั้งหลาย...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ๔๖ ณ ยุวพุทธิกสมาคม ๒-๘ ส.ค. ๖๐

พระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ณ ยุวพุทธิกสมาคม ๒-๘ ส.ค. ๖๐ การปฏิบัติเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าไม่เข้าใจจะกลายเป็นเรื่องยาก จะทำอย่างไรให้เข้าใจ? พระพุทธเจ้าได้ยกเรื่องมรรคแปด เป็นอันดับแรก มรรคแปดเริ่มด้วยสัมมาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐิแปลว่าเข้าใจ ถ้าใครเข้าใจถูกก็จะพ้นจากทุกข์ และปัญหาทั้งปวง ขณะที่ยกมือใครเป็นผู้ยก? ทุกคนตอบว่าเรายก ไม่ใช่รูปยก มันจึงผิดตรงนี้ เพราะเราเป็นผู้ยก มันจึงผิดแต่แรก ที่จริงแล้วไม่มีเรา มีแต่รูปกับนาม ความเป็นเรามาจากความคิด ถ้าไม่มีความคิดก็ไม่มีเรา ทุกคนลองเอามือจับแขนตัวเอง ให้บีบและปล่อย มีสองความรู้สึกคือหนักและเบา ใครเป็นผู้หนักผู้เบา? เราหรือว่ารูปกับนาม? หนักคือเกิด เบาคือความเกิดหายไป ความหนักความเบาเกิดขึ้น ในขณะบีบและปล่อย พอปล่อยวางก็จะเบา ถ้าจะยึดเอามันก็หนัก ในระหว่างปฏิบัติ ความรู้สึกหนักเบาปรากฏในกายใจตลอดเวลา การที่จะเข้าใจรูปนามเบื้องต้น ให้เห็นอาการเหล่านี้ให้ได้ก่อน ระหว่างความรู้สึกหนักเบาเป็นอะไร? เป็นความรู้สึก? หรือเป็นเรา? หรือเป็นความคิด? เฝ้าดูความรู้สึก ร้อน หนาว สบาย...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๔๓

คลิปนวัตกรรมแห่งสติ ๔๓ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เช้า ๓๑ ก.ค.๖๐) แสดงธรรมโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง รูปนามไม่ก้าวหน้าเพราะรู้เวทนาไม่ต่อเนื่อง เวทนามีความสำคัญในการปฏิบัติ เพราะเป็นตัวสะท้อนอารมณ์ โดยเฉพาะเรื่องรูปนาม ถ้ารูปนามไม่เข้มแข็ง ยังแยกเวทนากายเวทนาจิตออกจากกันไม่ได้ เช่น ยุงมาเกาะ โดยสัญชาตญาณทำให้เกิดความกลัว ทั้งๆ ที่จิตยังไม่ได้คิด เรียกว่าอาสวะ มือไปตามสัญชาตญาณ สติยังไม่ทันพิจารณา มือก็ไปก่อนแล้ว สิ่งเหล่านี้เล็กน้อยแต่ละเอียดอ่อน ถ้าเราไม่เริ่มศึกษาจากจุดนี้ ตัวตามรู้เวทนาก็ไม่ละเอียด แยกเวทนากายและเวทนาจิตไม่ชัดเจน อารมณ์รูปนามและอารมณ์ปรมัตถ์ก็จะไม่ชัด ในช่วงอารมณ์รูปนามตอนแรก เพียงแต่เห็นอารมณ์ความรู้สึกทางกายชัด พอที่จะดึงจิตอยู่ได้เท่านั้นเอง หรือพอที่จะเห็นความรู้สึกตัว ที่เกิดจากเวทนาได้บ้าง แต่อารมณ์รูปนามยังไม่ชัด เวทนาทางกายต่อด้วยสัญญา ความจำหมายว่าอันนี้ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เคร่ง ตึง แล้วเราก็ไปรู้สึก จำ หมาย รู้...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ๕๒

พระธรรมเทศนาคอร์ส “การศึกษาไตรลักษณ์ เพื่อเปลี่ยนเป็นไตรสิกขา”  ณ ยุวพุุทธิกสมาคมฯ ปทุมธานี วันที่ ๒-๘ สิงหาคม ๒๕๖๐ โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda คลิปนวัตกรรมแห่งสติ๕๒ เย็นวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ คลิปนวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว๕๒ (เย็น ๕ ส.ค. ๖๐) ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมฯ (ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) วันที่ ๒ – ๘ สิงหาคม โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท นักวิทยาศาสตร์ค้นพบรูปธรรม แต่พระพุทธเจ้าค้นพบทั้งรูปธรรมและนามธรรม ที่เราปฏิบัติกันอยู่นี้เป็นเรื่องทันสมัย เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ โลกยิ่งเจริญมากเท่าใด...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๓๐

พระธรรมเทศนา ณ ครุสติสถาน เช้า ๑๘ ก.ค. ๖๐ โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง สอบอารมณ์ ไตรลักษณ์และไตรสิกขาเป็นธรรมชุดเดียวกัน เหมือนสวิตช์ไฟ เราจะเปิดให้สว่างหรือปิดให้มืดก็ได้ ทุกสิ่งเป็นอันเดียวกัน ขึ้นอยู่กับเราต้องการใช้หรือไม่ใช้ บางครั้งเราต้องการมืด บางครั้งเราต้องการสว่าง ถ้าเราควบคุมความมืดความสว่างได้ตามต้องการ เรียกว่ารู้ปรมัตถ์ คือใช้สมมติได้ตามต้องการ ถ้ารู้แต่สมมติไม่รู้ปรมัตถ์มันจะยุ่งไปหมด เช่น เราจำเป็นต้องกลับบ้านวันที่ห้า พอไม่ได้กลับ เรารู้สึกขึ้นมาได้ว่า วันที่ห้าหรือวันที่เจ็ดก็เป็นเพียงสมมติ เรียกว่ารู้ปรมัตถ์ ถ้ารู้แต่สมมติไม่รู้ปรมัตถ์ จะคิดปรุงแต่งยาวไปเลย เราใช้สมมติปรมัตถ์เป็น เหมือนเราเปิดปิดไฟฟ้าได้ตามต้องการ เรารู้ปรมัตถ์เพื่อที่จะใช้สมมติให้เป็น สมมติมีเป็นแสนเป็นล้าน แต่ปรมัตถ์มีเหตุหนึ่งก็มีอันหนึ่ง สมมติว่าการคว่ำมือเป็นสมมติ การหงายมือเป็นปรมัตถ์ คว่ำกับหงายก็เป็นอันเดียวกัน แต่เวลาใช้งาน แล้วแต่เหตุปัจจัย ว่าจะให้เราใช้อะไร บางครั้งเราต้องการใช้สุข บางครั้งเราต้องการใช้ทุกข์ เช่น เราต้องใช้ทุกข์ในการทำงานเพื่อให้มีอยู่มีกิน ทุกข์เปรียบเสมือนคว่ำ ไม่ทุกข์เปรียบเสมือนหงาย สุขเปรียบเสมือนคว่ำ...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๒๗

คลิปนวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว ๒๗ พระธรรมเทศนา ณ ครุสติสถาน เย็น ๑๖ ก.ค. ๖๐ โดยหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง ตามรู้ด้วยความแยบคาย ในระหว่างทางมีสิ่งมาทดสอบเยอะแยะมากมายไปหมด แล้วแต่วาสนา ใครทำมาดีก็จะไม่สับสนลังเลมุ่งไปทางเดียว ปัญหาอุปสรรคระหว่างทางเยอะมาก ถ้าหากว่าบุญไม่มาวาสนาไม่ช่วย มันจะต้องมีจุดหักเห ณ จุดใดจุดหนึ่งจนได้ เราต้องอธิษฐานจิตแต่แรก อาตมาตั้งจิตอธิษฐานแต่แรกว่า “ข้าพเจ้าปฏิบัติวิธีนี้จะรู้หรือไม่รู้ไม่เป็นไร แต่ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นมิจฉาทิฏฐิ ขอให้เป็นสัมมาทิฏฐิ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม” แล้วก็มุ่งมั่นว่า ทางไหนที่จะเบี่ยงเบนออกไปจากสัมมาทิฏฐิก็ให้ละ คำนิยามสัมมาทิฏฐิ คือ ๑ ให้รู้ว่าชีวิตนี้เป็นที่ตั้งของทุกข์ ไม่ใช่ที่ตั้งของเรา ๒ ทุกข์ต้องมีเหตุ ไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ ๓ ทุกข์ดับได้ ๔ ให้ค้นหาวิธีดับทุกข์ จับจุดนี้ให้มั่นคงแล้วจะไม่ไขว้เขว ศาสดาอาจารย์ไหนมาอธิบายได้ไพเราะลึกซึ้งอย่างไร ถ้าไม่ลงล็อคสี่ข้อนี้ ก็ยังไม่ใช่ บางท่านอาจจะเป็นแต่อธิบายไม่เป็น ตรงนั้นน่าเชื่อถือมากกว่า ถ้าเป็นจริงจะดูออกว่าเป็น แต่ถ้าอธิบายจนหยดเยิ้มหยดย้อย...

ถอดธรรมบรรยาจากคลิป นวัตกรรมแห่งสติ ๓๖

คลิปนวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว๓๖ ณ วัดพระธาตุแสงเทียน (เช้า ๒๒ ก.ค.๖๐) พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท เรื่อง พัฒนาการของปรมัตถ์ คนที่ชอบเปลี่ยนวิธีบ่อยๆ ยังไปไม่ถึงปรมัตถ์ เพราะจิตยังไม่หยั่งรากลึก ก็จะหาวิธีใหม่มาเสริมเรื่อยๆ ทำให้สับสน ปรมัตถ์เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ายังเป็นสมมติหรือสมถะ ยังไม่เข้าถึงกระแสพุทธธรรม มีโอกาสไขว้เขวได้เสมอ ถ้าเข้าสู่ปรมัตถ์แล้วจะไม่ไขว้เขว เหมือนต้นไม้ที่หยั่งรากลึกแล้ว แม้อากาศจะแปรปรวนก็ไม่ตาย ถ้ารากตื้นก็ตายได้ จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นอารมณ์รูปนาม สมมติ หรือปรมัตถ์? ถ้ายังเป็นอารมณ์รูปนามอยู่ ยังต้องตั้งเจตนารู้ ถ้าไม่ตั้งใจจริงๆ ไม่ค่อยรู้เอง หรือรู้แบบผิวเผิน มักแฉลบออกไปได้ง่าย รูปนามก็จะพัฒนาไปเป็นสมมติได้ ปรมัตถ์มีสามระดับ ปรมัตถ์เบื้องต้น ปรมัตถ์เบื้องกลาง และปรมัตถ์เบื้องสูง ปรมัตถ์เบื้องต้นคืออารมณ์รูปนามนั่นเอง ยังเป็นไปกับอารมณ์พอใจไม่พอใจอยู่ เวลามีอะไรมากระทบ จะเกิดอารมณ์หงุดหงิดปฏิฆะไปสักพัก กว่าจะรู้ก็นาน แล้วแต่ความแรงของเรื่องที่มากระทบ ปรมัตถ์เบื้องกลางรู้สึกตัวได้เองเป็นส่วนใหญ่ อารมณ์อะไรเกิดขึ้น ชอบไม่ชอบ ปฏิฆะหงุดหงิด จะรู้สึกตัวขึ้นมาเอง...

ถอดธรรมบรรยายจากคลิป นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว๑๐

คลิปนวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว๑๐ พระธรรมเทศนา ณ วัดดอย เย็น ๖ ก.ค. ๖๐ โดย หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, พระพุทธยานันทภิกขุ, หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, Direk Saksith, ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์, Deva Nanda เรื่อง เปลี่ยนกรรมวิบากเป็นกรรมฐาน การปลีกวิเวกมีความสำคัญ เหมือนเราซักผ้าเสร็จแล้วไม่ได้นำมาตาก ถึงจะสะอาดแต่ก็ใส่ไม่สบาย บางทีจะแย่ยิ่งกว่าผ้าที่ไม่ได้ซักเสียอีก เช่นเดียวกับใจที่ชำระแล้ว แต่ยังไม่ได้ตากหรืออบ การเก็บอารมณ์ช่วยบ่มใจให้แห้ง ไก่ที่ไข่ออกมาแล้วถ้าไม่กก ก็ไม่เปลี่ยนเป็นลูกไก่ ข้าวที่แช่แล้วถ้าไม่หุงก็ไม่สุก การปลีกวิเวกคือการบ่มใจให้มันสุก จิตที่เราฝึกเหมือนรูปธรรมที่ต้องบ่ม คนอีสานเวลาที่ร่างกายช้ำในก็เอาไปย่าง เพื่อให้เลือดลมไหลเวียน จิตที่ช้ำใจ เครียด ขุ่นเคือง ก็ต้องเอาไปย่าง อารมณ์ที่ขึ้นสูงพอตกลงมาแรงก็เลยช้ำ อารมณ์พอใจขึ้นสูง พอเสียใจหล่นตุ้บลงมาเลย ช้ำแล้วช้ำอีก แต่ไม่เคยเอาไปย่าง ร่างกายนานๆ จะบอบช้ำสักที แต่จิตใจมีเรื่องให้บอบช้ำทุกวัน วันละหลายครั้ง เราจึงมาอบรมให้จิตเข้มแข็ง...