ระลึกชาติคือเห็นการเกิดดับชัดเจน

https://www.youtube.com/watch?v=xR6QKLiMruU ระลึกชาติแบบวิปัสสนา การปฏิบัติวิปัสสนาแบบที่ทำให้เรารู้สึกระลึกชาติในปัจจุบันได้เท่านั้น จะเป็นวิธีที่เราจะเรียนรู้ทุกข์ได้ไว แต่การระลึกชาติได้แบบสมถะ คือระลึกชาติได้แบบก่อนเกิด หรือหลังตายไป แบบนั้นมีประโยชน์น้อย แต่การระลึกชาติแบบวิปัสสนา เราทุกคนสามารถทำได้ คือการเจริญสติปัญญาให้มากและต่อเนื่องจนสามารถระลึกได้ว่า ตั้งแต่เช้าจรดเย็นของแต่ละวัน เราสามารถรู้สึกระลึกได้ว่า เรามีความสุขมากหรือความทุกข์มาก และให้พยายามระลึกรู้ในชาติปัจจุบันนี้ ว่าชีวิตประจำวันของเราได้รับความสุขหรือความทุกข์ อย่างไหนมากกว่ากัน ดังนั้น การเจริญสติที่ทำให้ระลึกชาติได้แบบนี้บ่อยๆ สามารถจะทำให้เราเกิดความเบื่อหน่ายคลายจางในกายสังขาร และจิตสังขารนี้ได้เร็วขึ้นสามารถจะทำให้เราเกิด “นิพพิทาญาณ” ขึ้นได้ ถ้าเรามีความเข้าใจความจริงขั้นปรมัตถ์มากพอ ฉะนั้น การตรัสรู้ของพระพุทธองค์จึงเป็นการระลึกชาติแบบวิปัสสนา เป็นการรู้ในสิ่งที่มนุษย์ทุกคนทำได้ ถ้ามีศรัทธาและความเพียรทำตามพระองค์สอนอย่างถูกต้อง เช่น การระลึกถึงปัจจุบันในขณะหนึ่งๆ ก็คือระลึกชาติได้ชาติหนึ่งๆ เช่นกัน แต่จะต่างกันเฉพาะระลึกได้ช่วงสั้นหรือยาว ต่างวัน ต่างเวลากันเท่านั้นเอง แต่เนื้อหามันไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่ขยันระลึกรู้อยู่เรื่อยๆ หรือตามรู้กายรู้ใจแบบไม่ขาดสาย นี่คือการระลึกชาติแบบวิปัสสนา การระลึกชาติแบบนี้ทำให้เกิดวิปัสสนาญาณได้เร็ว ถ้าหากเราไม่เกิดวิปัสสนาญาณ ก็จะไม่เห็นทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้น ไม่เห็นทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่เห็นทุกข์ที่จะเกิดขึ้นในขณะต่อไป เมื่อไม่เกิดปัญญาเห็นเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องยากที่จะเบื่อหน่ายภพชาติที่เป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่เห็นทุกข์ตามความเป็นจริง ก็จะไม่รู้สึกเบื่อหน่ายชีวิต และจะติดอยู่กับความหลงเรื่อยไป...