ฤดูกาลแห่งจิต

ฤดูกาลแห่งจิต เปรียบเสมือนฝั่งน้ำที่เรานั่งอยู่ อารมณ์ที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เปรียบเสมือนกระแสน้ำที่ไหลผ่านหน้าเรา แล้วเรานั่งอยู่บนฝั่ง เห็นลำน้ำที่มันไหลมาตามฤดูกาล ฤดูแล้งน้ำก็แห้งขอดและใส ฤดูฝนมันก็จะขุ่นจะเคี่ยวไหลแรง จิตของเราก็มีฤดูกาลเช่นกัน ฤดูกาลภายนอกมี ๓ ฤดู ฝน หนาว แล้ง ฤดูของจิตก็มี ๓ ฤดู คือพอใจ ไม่พอใจ และเฉยๆ ๑. ตัวพอใจเปรียบเสมือนฤดูฝน สดชื่นแจ่มใสสบาย พัฒนามาเป็นสุข สุขเวทนาพัฒนาไปเป็นราคะ พัฒนาไปเป็นกามะ พัฒนาไปเป็นความพอใจทุกชนิด เมื่อเราไปติดสุขเวทนา ก็หมายความว่าเราไปพัฒนาตัวกามะมากขึ้น พัฒนาตัวราคะให้มันแรงขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้ความพอใจถูกตอบสนองบ่อยเข้าๆ เราก็ไปติด พอไปติดมันก็ไปพัฒนากามราคะให้มีกำลัง ๒. แต่เมื่อใดความพอใจไม่ถูกตอบสนอง มันตีกลับเป็นความไม่พอใจ โทสะเปรียบเสมือนฤดูร้อน เราไม่ชอบ...

ยาถอนกิเลส

  ต้องเห็นไตรลักษณ์นับแสนครั้ง เจริญสติปัฏฐานสี่ เจริญสติ สมาธิ ปัญญา บ่อยๆ ก็จะเห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของรูปนาม   เมื่อเห็นบ่อยเข้าก็เกิดปัญญา แต่ถ้าไม่เห็นบ่อยๆ ปัญญาก็ไม่เกิด ต้องเป็นร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง แสนครั้ง ปัญญาจึงจะเกิด   ก็ต้องดูบ่อยๆ ดูตั้งแต่เช้าจรดเย็น ดูทุกวัน   หลวงพ่อเทียนจึงให้เข้าเก็บอารมณ์ เพื่อดูอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตลอด ๒๔ ชั่วโมง   เมื่อดูจนสุกงอม ก็จะเกิดปัญญาสว่างโพล่งขึ้นมา มันเห็นความจริง เกิดนิพพิทาวิราคะ เกิดความเบื่อหน่ายคลายจาง การยึดมั่นถือมั่น   ถ้ายังไม่เกิดปัญญา เราทำเป็นไม่ยึดมั่นถือมั่นเฉยๆ เป็นเพียงสมมติ   แต่ตัวยึดมั่นถือมั่น มันจะหายไปไม่กลับมา ต้องเกิดนิพพิทาญาณ นิพพิทาวิราคะ  ...